สรุปสภาวะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป (12 - 18 ก.พ. 2558)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวขึ้นโดย DJIA +0.9%, DAX +1.9%, CAC ฝรั่งเศส +2.6% และ FTSE +1.2% ประเด็นบวกจากยุโรป เมื่อ GDP 4Q57 ของ EU เพิ่มขึ้น +0.3% qoq ดีกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ +0.2% qoq รวมถึงแรงเก็งกำไรต่อกรีซและอียูอาจบรรลุข้อตกลง เมื่อกรีซเตรียมเสนอแผนยืดเวลาเงินกู้ต่ออียู ขณะที่รายงานการประชุมเฟดพบว่า เฟดส่งสัญญาณที่จะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ไม่นานมากนัก ทำให้การปรับตัวขึ้นเป็นไปอย่างจำกัดมากขึ้น
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (12 - 17 ก.พ. 2558)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 2.8% พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายเบาบางเนื่องจากเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยปรับตัวขึ้นหลังยอดสินเชื่อใหม่สกุลเงินหยวนเดือน ม.ค. อยู่ที่ระดับ 1.47 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนและมากกว่าที่ตลาดคาด นอกจากนี้กลุ่มสายการบินอย่าง China Eastern Airlines ปรับตัวขึ้นจากแรงเก็งกำไรต่ออุปสงค์เที่ยวบินในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนจะเพิ่มขึ้น
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (12 - 18 ก.พ. 2558)
SET INDEX แกว่งตัวผันผวน พร้อมกับมูลค่าการซื้อขายเบาบาง แม้ว่าแรงขายในหุ้นหลัก อีกทั้งความกังวลต่อกรณีกรีซกดดัน SET INDEX ระหว่างสัปดาห์ปรับตัวลงหลุดแนว 1,600 จุด อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวเริ่มผ่อนคลายลงหลังกรีซเตรียมเสนอยืดเวลาการช่วยเหลือออกไปอีก 6 เดือนส่งผลให้ SET INDEX ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 1,600 จุดได้อีกครั้ง ปิดที่ระดับ 1,603.14 จุด ลดลง 1.97 จุด หรือ -0.12% ณ วันที่ 18 ก.พ.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (13 - 19 ก.พ. 2558)
MBKET ขยับน้ำหนักการลงทุนขึ้นเป็น “กลางถึงบวก” ครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ พร้อมให้โอกาสที่ SET INDEX จะยืนเหนือ 1,620 จุดได้อีกครั้งในสัปดาห์หน้า ด้วยมุมมองเชิงบวกต่อพัฒนาการทั้งในและต่างประเทศดังนี้
• การเจรจาระหว่างกรีซ และ อียู ต่อการยืดเวลาการชำระหนี้ กรีซมีแนวโน้มที่จะขอยืดเวลาออกไปอีก 6 เดือน เพื่อให้มีเวลาเจรจาต่อรองเงื่อนไขแผนการช่วยเหลือใหม่ทั้งหมด เราเชื่อว่าอียูจะประนีประนอมด้วยการให้เวลากับกรีซราว 3 เดือน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในคืนวันที่ 20 ก.พ.
• ผลการดำเนินงานใน 4Q57 ของบริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นไทย และการทยอยประกาศเงินปันผลงวดปี 2557 หรือ 2H57 ของหุ้นหลักในกลุ่มธนาคาร
• ติดตามกระแสเงินทุนต่างชาติต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วเอเชีย ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ก่อนที่ ECB จะเริ่มโครงการ QE ในเดือนมี.ค. 6.0 หมื่นล้านยูโร/เดือน
• และตัวเลขการส่งออก - นำเข้าเดือนม.ค.ของไทย ว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัว yoy ได้มากน้อยเพียงใด สำหรับการส่งออก ขณะที่การนำเข้ามีแนวโน้มชะลอตัว yoy และ mom จากผลของราคาน้ำมันดิบที่ลดลงแรงในเดือนม.ค.
กลยุทธ์การลงทุน MBKET คงแนะนำ “Contrarian Trading คือ ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ ระดับ 1,620 จุดขึ้นไป พร้อมเน้นการเก็งกำไรเป็นรายตัวต่อผลการดำเนินงานมากขึ้น
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. การหารือสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ซึ่งนายกฯ จะร่วมเข้าหารือ เพื่อให้แนวทางสรุป
2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี HSBC PMI ภาคการผลิตในจีน, ดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการ / อัตราเงินเฟ้อ / ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของอียู, ยอดค้าปลีก / GDP ใน 4Q57 ของอังกฤษ, อัตราเงินเฟ้อ / ยอดขายบ้านเก่า และบ้านใหม่ ของสหรัฐฯ
--------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









