การดำเนินงาน 2558 เน้นเติบโตแบบระมัดระวัง
ประเด็นการลงทุน
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2558 ของเราไว้เท่าเดิมที่ 5.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% YoY อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ สิ้นปี 2557 ของ TCAP อยู่ที่ 86% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ของบริษัทที่ 100% ค่อนข้างมาก สมมติฐานการตั้งสำรองหนี้สูญฯสำหรับปี 2558 ของเราอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท (สูงกว่าที่ผู้บริหารแนะไว้เล็กน้อย) อย่างไรก็ตามหุ้นในขณะนี้มีระดับการซื้อข่ายที่ถูกที่สุดในกลุ่มธนาคาร โดยมี PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่ 0.75 เท่า (ค่าเฉลี่ยกลุ่มอยู่ที่ 1.4 เท่า) อีกทั้งเรายังคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่ดีที่ 4.8% สำหรับปี 2558 และ 5.3% สำหรับปี 2556 เราแนะนำ ซื้อเก็งกำไร เนื่องจากการประกาศแผนซื้อหุ้นคืนของผู้บริหารเมื่อเดือนก่อน
ตั้งเป้าสินเชื่อปี 2558 เติบโต 2-4%
TCAP แนะอัตราการเติบโตของสินเชื่อขั้นต้นสำหรับปี 2558 ที่ 2-4% โดยตั้งเป้าว่าทั้งสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่และสินเชื่อ SME จะเติบโตในช่วง 8-10% ในทางตรงกันข้ามสินเชื่อเช่าซื้อ HP ของบริษัทจะหดตัวลง 2-3% เนื่องจากยอดขายรถยนต์ที่อ่อนแอ ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศลดลง 34% มาอยู่ที่ 8.82 แสนคัน ในปี 2557 และผู้บริหารคาดยอดขายมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับตัวลดลงเล็กน้อยในปีนี้ เราคาดการณ์สินเชื่อปี 2558 ของ TCAP เติบโต 3% โดยมีปัจจัยหนุนมาจากสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่ สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อย (ได้แก่สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้าน) ผู้บริหารคาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2558 จะอยู่ในช่วง 2.7-2.9% ทั้งนี้ยังตั้งเป้าสัดส่วนเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์ไว้ที่ 35-40% ของเงินฝากรวม ณ สิ้นปี 2558 (อยู่ที่ 36% ณ สิ้นปี 2557) เราให้สมมติฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.7% สำหรับปี 2558 ทรงตัว YoY
ตั้งสำรองหนี้สูญฯลดลงในปี 2558
หลังจากรายงานอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ 86% ณ สิ้นปี 2557 TCAP กล่าวว่าเพิ่มอัตราส่วนเพิ่มขึ้นถึง 100% ณ สิ้นปี 2558 โดยการตั้งสำรองหนี้สูญฯในปี 2558 จะอยู่ที่ 0.80-0.90% ของสินเชื่อ ลดลงเล็กน้อยจาก 0.93% ในปีที่ผ่านมา (เราให้สมมติฐานการตั้งสำรองหนี้สูญฯปี 2558 ไว้ที่ 7.8 พันล้านบาท คิดเป็น 0.93%ของสินเชื่อธนาคาร) TCAP ตั้งเป้าลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของบริษัทลงมาอยู่ที่ 3.4-3.8% ณ สิ้นปี 2558 จาก 4.1% ณ สิ้นปี 2557 ทั้งนี้หากการตั้งสำรองหนี้สูญฯน้อยกว่าที่เราตั้งสมมติฐานไว้ จะหมายถึงอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเราปีนี้
อัตราส่วนเงินกองทุนอยู่ในระดับสูงเพียงพอหนุนการจ่ายปันผลและแผนการซื้อหุ้นคืน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา TCAP ประกาศแผนการซื้อหุ้นคืนจำนวน 1.4 พันล้านบาท โดยธนาคารตั้งเป้าที่จะซื้อหุ้นจำนวน 56.4 ล้านหุ้นคืน ในช่วงวันที่ 10 ก.พ. – 9 ส.ค 2558. ซึ่งจะหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นใกล้เคียงกับราคาเป้าหมายของเรา ปัจจุบันธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ณ สิ้นปี 2557 อยู่ที่ 13.6% (เงินกองทุนขั้นที่ 1 อยู่ที่ 9.4%) ธนาคารมีแผนขยายธุรกิจไม่มากนักในปีนี้ ดังนั้นเงินกองทุนธนาคาร จะเพียงพอแก่การซื้อหุ้นคืนและการจ่ายปันผล (เราให้สมมติฐานที่ 4.8% สำหรับปี 2558 และ 5.3% สำหรับปี 2559) โดยไม่มีผลกระทบต่อเงินทุนมากนัก









