วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สแกนอินเตอร์'ไอพีโอไตรมาสแรก

"สแกนอินเตอร์" ไอพีโอไตรมาสแรก ไพโอเนีย มอเตอร์ เร่งแต่งตัวเข้าเอ็ม เอ ไอ ภายในปีนี้

สแกนอินเตอร์เตรียมขายหุ้นไอพีโอ 300 ล้านหุ้นภายในไตรมาส 1 ปีนี้ หวังนำเงินระดมทุนเพิ่มโรงผลิตก๊าซ และเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติอัดอีก 20% จากเดิมราว 450 ตันต่อวัน ด้านไพโอเนีย มอเตอร์ เตรียมตัวเข้าตลาดเอ็ม เอ ไอ ภายในปีนี้ นำเงินระดมทุนซื้อเครื่องจักร-เพิ่มกำลังผลิต

บริษัท สแกน อินเตอร์ (SCN) กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้ยื่นไฟลิ่งไปแล้ว คาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ภายในปลายเดือนก.พ. 2558 ทั้งนี้ บริษัทจะเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 300 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ปัจจุบันบริษัทมีทุนที่ออกจำหน่ายและชำระแล้วทั้งหมด 450 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นจำนวน 900 ล้านหุ้นโดยแต่งตั้งบล.กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินบริษัท สแกน อินเตอร์ กล่าวว่า ล่าสุด ก.ล.ต.ได้นับ 1 แบบไฟลิ่งของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

"ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน มีความเชื่อมั่นว่าจะได้ผลตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องด้วยสถานะทางการเงินของบริษัท สแกน อินเตอร์ มีความแข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.3 เท่า และหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทลดลงไม่เกิน 1 เท่า และจากรายได้ที่มีการเติบโตเฉลี่ย 18% ต่อปีมาโดยตลอด และคาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต"

บริษัท สแกน อินเตอร์ (SCN) เป็นผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติแบบครบวงจร ได้แก่ ธุรกิจสถานีบริการ ก๊าซธรรมชาติหลักโดยเอกชน (Private Mother Station) ธุรกิจขนส่งก๊าซเอ็นจีวี ธุรกิจสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ ธุรกิจขนส่งก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจออกแบบรับเหมา ติดตั้งและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ก๊าซเอ็นจีวี และธุรกิจติดตั้งระบบก๊าซในรถยนต์

นายธัญชาติ กิจพิพิธ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สแกน อินเตอร์ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ระดมทุนได้ไปใช้ขยายโรงผลิตก๊าซธรรมชาติอัดอุตสาหกรรม (ICNG) เพิ่มอีก 1 แห่ง คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 300 ล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทมี ICNG อยู่ 2 แห่งที่จังหวัดปทุมธานีและสระบุรี รวมถึงจะขยายกำลังการผลิตโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติอัด (PMS) อีก 20% จากเดิมราว 450 ตัน/วัน

เป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 2558 จะดีกว่าปี 2557 โดยนอกจากจะให้ความสำคัญต่อพลังงานก๊าซธรรมชาติแล้ว บริษัทยังศึกษารูปแบบพลังงานทดแทนอื่นๆเพิ่มเติมด้วย อย่างเช่นไบโอแมส และผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2557 บริษัทมีรายได้ 1,740 ล้านบาท กำไรสุทธิ 378 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25%

ด้านนางสาวสิริรัตน์ อิทธิโรจนกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไพโอเนีย มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทเตรียมจะแต่งตั้งบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หลังจากนั้นบริษัทจะแปรสภาพเป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) ต่อไป และคาดว่าน่าจะยื่นไฟลิ่งได้ประมาณครึ่งแรกปี 2558 และเข้าจดทะเบียนได้ภายในปีนี้

เงินที่ได้จากการระดมทุนจะใช้สำหรับขยายกำลังการผลิต โดยการซื้อเครื่องจักรใหม่ มูลค่าประมาณ 10-20 ล้านบาท ขณะเดียวกัน การเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้จะทำให้บริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนและพันธมิตรทางการค้ามากขึ้น

ปัจจุบันบริษัทฯมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ส่วนจะเพิ่มทุนและเสนอขายหุ้นจำนวนเท่าไรนั้น ต้องรอให้ที่ปรึกษาทางการเงินเป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้บริษัทประกอบธุรกิจผลิตมอเตอร์แอร์และเครื่องสูบน้ำ มอเตอร์กำลังที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ