คาดฤดูกาลขายไตรมาสสุดท้ายโดดเด่นหนุนกำไรปี 57 ทรงตัว
คาดกำไร 4Q57 เป็นไตรมาสดีที่สุดของปี : เราคาดว่า BIGC จะรายงานกำไรสุทธิ 4Q57 ที่ 2.28 พันล้านบาท (+45%QoQ, -14%YoY) เป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี การเติบโต QoQ มาจากยอดขายฟื้นตัวในช่วงฤดูกาลขายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวจากการจัดการสินค้าคงคลัง และการเจรจาต่อรองกับซัพพลายเออร์ที่มักจะทำได้ดีในไตรมาสสุดท้าย (อ้างอิงค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลังของ Q4 ที่ 16.7% เทียบกับของทั้งปีที่ 14.7%) ส่วนการลดลง YoY เป็นผลของกำไรฐานสูงช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเป็น 18.3% ใน 4Q56 เทียบกับสมมติฐานเชิงระมัดระวังที่ 15.6% สำหรับ 4Q57
ทั้งนี้ ยอดขายสาขาเดิม (SSS) เท่ากับ +0.5%YoY พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบสี่ไตรมาส จาก -4.7%YoY ใน 4Q56 และ -1.5%YoY ใน 3Q57 ขณะที่การเปิดสาขาใหม่ 4Q57 ประกอบด้วยบิ๊กซีมาร์เก็ต 2 แห่ง และมินิบิ๊กซี 9 แห่ง ส่งผลให้ปี 2557 BIGC มี SSS -1%YoY (จาก 0%YoY ในปี 2556) และขยายสาขารวม 57 แห่ง แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 4 สาขา บิ๊กซีมาร์เก็ต 7 สาขา และมินิบิ๊กซี 46 สาขา ผลการดำเนินงาน 4Q57 ที่สูงกว่าคาดการณ์เดิม โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้น จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ขึ้น 7% เป็น 6.99 พันล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน
ยอดขายฟื้นตัว และการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้นขับเคลื่อนการเติบโตปี 2558 : เรามีมุมมองบวกต่อการเติบโตของผลประกอบการปี 2558 จากปัจจัยหนุน (1) การเปิดสาขาใหม่ในอัตราเร่งตัวกว่าปี 2557 ที่มีความระมัดระวัง และการบริโภคที่ค่อยๆ ดีขึ้นจากปีก่อนซึ่งได้รับผลกระทบของความไม่สงบทางการเมือง (อ้างอิง ธปท. ที่ประเมินว่าการบริโภคภาคเอกชนของไทยปี 2558 จะเติบโต 3.1% จาก 0.8% ในปี 2557) คาดยอดขายสาขาเดิมเติบโต 2%YoY ผลักดันยอดขายรวมให้เติบโต 9%YoY (2) อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว 20bps YoY ภายหลังเปิดใช้ศูนย์กระจายสินค้าครบทั้งสามแห่ง (เปิดศูนย์กระจายสินค้าสำหรับมินิบิ๊กซีในเดือน พ.ค.2557 Crossdocking ในเดือน ส.ค.2557 และสำหรับอาหารสดอีกหนึ่งแห่งใน 1Q58) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง รวมถึงส่วนผสมผลิตภัณฑ์และรายได้ค่าตอบแทนการขายจากซัพพลายเออร์ที่มีแนวโน้มดีขึ้น (3) แผนควบคุมต้นทุนดำเนินงานสาขาและสำนักงานใหญ่ เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ช่วยลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อยอดขาย 30bps YoY เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ขึ้น 3% เป็น 8.08 พันล้านบาท (+16%YoY) ตามทิศทางอัตรากำไรที่เป็นขาขึ้นจากปี 2557 หนุนให้อัตราการขยายตัวกลับสู่ระดับแข็งแกร่งใกล้เคียงกับปี 2555-2556
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ตามทิศทางผลประกอบการที่ดีขึ้น : เราปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานตามวิธี DCF เป็น 260 บาท จากเดิม 250 บาท (อิง WACC 8.4% และ Terminal Growth 2%) คิดเป็นส่วนต่าง 8% จากราคาหุ้นปัจจุบัน ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่ม 5% ในระยะสามเดือนที่ผ่านมา สะท้อนความคาดหวังต่อผลการดำเนินงาน 4Q57 ที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนไปบ้างแล้ว
แนะนำทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะสิบสองเดือน บนการเติบโตของกำไรปี 2558 ในอัตราเร่ง มี upside ต่อประมาณการหากสามารถผลักดันมาร์จินขยายตัวสูงกว่าสมมติฐาน อีกทั้งธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นลำดับแรกเนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน









