วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนพ.เจรจากัลฟ์เลื่อนรับไฟไอพีพี5พันเมกฯ

สนพ.คาด แผนพีดีพี 2015 เริ่มใช้เดือนเม.ย.นี้ เตรียมเชิญกลุ่มกัลฟ์หารือเลื่อนโครงการไอพีพี 5,000 เมกะวัตต์

หลังพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่ต่ำกว่าแผนเดิมกว่า10,000เมกะวัตต์ ขณะที่กลุ่มเอสพีพี ที่จะหมดอายุสัญญาสัมปทานปี 2560 จะไม่ต่อสัญญา

นายชวลิต พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ หรือพีดีพี2015 ที่จะเริ่มใช้ในปี 2558-2579 ว่า ขณะนี้การจัดทำแผนพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าหรือ Load Forecast เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยพบว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าเมื่อสิ้นสุดแผนพีดีพี จะลดต่ำลงจากแผนพีดีพีฉบับเดิม หรือ พีดีพี 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 อยู่ประมาณกว่า10,000เมกะวัตต์

เนื่องจากมีการปรับตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยทั้งแผนลดลงจากเดิม คือ จาก 4.5% เหลือ 3.9 % และการเพิ่มสัดส่วนของพลังงาน ที่คาดว่าจะประหยัดได้จากแผนอนุรักษ์พลังงาน เป็น74% จากเดิม ที่นำมาใช้ในการคิดคำนวณประมาณ 20%

ทั้งนี้ผลจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงจากเดิม ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ลดลงด้วย ในขณะที่โครงการที่ถูกกำหนดเอาไว้ในแผนพีดีพีฉบับเดิม ก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีการเจรจาให้เลื่อนกำหนดการจ่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์หรือ(COD) ออกไปเพื่อไม่ให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

โครงการสำคัญที่คาดว่าจะต้องมีการขอเจรจาเพื่อให้เลื่อนกำหนดการจ่ายไฟเข้าระบบออกไป คือโครงการไอพีพี ของกลุ่มบริษัทกัลฟ์ จำนวน 5,000เมกะวัตต์ โดยในแผนพีดีพีฉบับเดิมบริษัทกัลฟ์ เอส อาร์ ซี จำกัด จะต้องเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตั้งแต่ปี 2564-2567 ปีละ 1,250เมกะวัตต์ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะสามารถเจรจาให้เลื่อนออกไปอย่างไร เพราะมีความจำเป็นต้องรอผลสรุปการตัดสินใจในระดับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่าจะพิจารณาเรื่องจากทางคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.)ส่งมาว่าจะให้มีการยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับโครงการไอพีพี ขนาด 5,000 เมกะวัตต์ ของบริษัทกัลฟ์ เอส อาร์ ซี จำกัดหรือไม่ โดยหากในระดับนโยบายไม่มีการยกเลิกโครงการ จึงจะเริ่มกระบวนการขอเจรจากับทางบริษัทกัลฟ์ เพื่อเลื่อนโครงการออกไป

สำหรับโครงการของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กหรือ เอสพีพี ที่จะหมดอายุสัญญาซื้อขายฟ้าในปี 2560 รวมกำลังการผลิตทั้งสิ้น 2,908 เมกะวัตต์ แต่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) 1,787 เมกะวัตต์ นั้น สนพ.มีความเห็นว่า ไม่สามารถที่จะต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้ เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงดังกล่าวไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่เห็นว่าควรจะมีการเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าใหม่จำนวนปริมาณไฟฟ้าที่จำกัด เท่าที่เห็นว่ายังมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าได้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำเป็นกรณีเฉพาะ

แผนพีดีพี ฉบับใหม่ คาดว่าดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนได้ในเดือนก.พ.นี้ หลังจากนั้นก็จะนำความคิดเห็นต่างๆมาปรับปรุงแก้ไข ก่อนที่จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ในเดือนมี.ค.และประกาศใช้เดือนเม.ย. ทั้งนี้ แผนพีดีพีฉบับใหม่ จะมีการทบทวนปรับปรุงให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานการณ์เป็นระยะ