วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐเล็งออก"วีซ่ามัลติเพิล"กระตุ้นท่องเที่ยว

มหาดไทยเตรียมชงมาตรการ "มัลติเพิลวีซ่า" กระตุ้นท่องเที่ยว เสนอ ครม.พิจารณา หวังบังคับใช้ทันตรุษจีน

แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ขณะนี้เตรียมให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาข้อเสนอเรื่องการอนุมัติการตรวจลงตรา (วีซ่า) เพิ่มเติมให้กับนักท่องเที่ยวทุกประเทศ สามารถขอวีซ่าเดินทางเข้าราชอาณาจักรได้หลายครั้ง (multiple entries) 2 ประเภทคือ ภายในระยะเวลา 6 เดือน เสียค่าธรรมเนียม 2,000 บาท และภายในระยะเวลา 1 ปี ค่าธรรมเนียม 3,000 บาท หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) มีมติเห็นชอบใช้มาตรการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า หากคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นชอบ จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา คาดว่าจะผลักดันออกมาได้ทันก่อนเทศกาลตรุษจีนในเดือน ก.พ.

นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า หากมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ น่าจะเป็นผลดีในด้านความสะดวกของนักท่องเที่ยว เพราะกลุ่มที่มีความตั้งใจเดินทางหลายครั้งต่อปี ก็อาจจะตัดสินใจจ่ายค่าธรรมเนียมไว้ในครั้งเดียว แต่จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ต้องประเมินผลในระยะยาวต่อไป

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัด เตรียมความพร้อมสินค้าท่องเที่ยวใหม่ สอดคล้องกับวันหยุดยาวต่อเนื่องที่มีอีกหลายเทศกาลในปีนี้ โดยเบื้องต้น เตรียมการพัฒนา 3 หมวดหมู่ ได้แก่ การสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกลุ่มอาเซียน คาดว่าจะเริ่มต้นจากพม่า ก่อนขยายไปยังกัมพูชา, ลาว, เวียดนาม ล่าสุดสั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประชุมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท่องเที่ยวพม่า เพื่อเปิดตัวแพ็คเกจทัวร์เส้นทางเที่ยวเชื่อมโยงกันระหว่าง 2 ประเทศ ในโอกาสที่พม่าจะเป็นเจ้าภาพการจัดงาน อาเซียน ทัวริสซึ่ม ฟอรั่ม (เอทีเอฟ) ที่กรุงเนปิดอวร์ ปลาย ม.ค.

นอกจากนี้ ยังมีแผนฟื้นฟูการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ โดยเฉพาะเส้นทางเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันกรมเจ้าท่าปรับปรุงท่าเรือเรียบร้อยแล้วประมาณ 10 แห่ง และเบื้องต้นได้รับความร่วมมือจากบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ในการให้บริการทัวร์แม่น้ำที่ร้อยเรียงเรื่องราวสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นไทย

และเตรียมส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงกลางคืน โดยชูจุดขาย 2 เรื่องหลัก คือ การชิมอาหารข้างทาง (สตรีทฟู้ด) ที่เป็นจุดเด่นมานาน แต่ปีนี้ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขยกระดับด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย รวมถึงส่งเสริมการเที่ยวชมการประดับไฟตามสถานที่สำคัญ โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงวัฒนธรรม ในการตกแต่งวัดและพิพิธภัณฑ์ รวมถึงเส้นทางริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะได้ประโยชน์ทั้งกลุ่มที่นิยมเดินชมทัศนียภาพ และกลุ่มล่องเรือ

“ต่อไปจะมีการเชื่อมโยงระบบคมนาคมหลายรูปแบบ เช่น ขี่จักรยาน ต่อด้วยการล่องเรือ เป็นต้น ทำให้สามารถเข้าถึงสินค้าหลากหลาย และสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ๆ สร้างความน่าสนใจในเชิงกิจกรรม ดึงดูดให้คนพำนักในไทยนานขึ้น”

นอกจากนั้น เตรียมขยายเส้นทางล่องเรือไปอยุธยา ตามแผนการปรับภาพลักษณ์ เพื่อสร้างการท่องเที่ยวซ้ำ เพื่อส่งเสริมให้อยุธยาเป็นเมืองแห่งมรดกโลก โดยจะเร่งเตรียมความพร้อมล่องเรือไปชมหมู่บ้านนานาชาติ 3 แห่ง คือ ญี่ปุ่น ฮอลันดา (เนเธอร์แลนด์) และโปรตุเกส

ทั้งนี้ การรีแบรนด์ท่องเที่ยวของจังหวัดต่างๆ นั้น จะเริ่มนำร่องกับจังหวัดใน 5 คลัสเตอร์, จังหวัดที่เป็นหมู่เกาะต่างๆ รวมถึงพัทยา และ อยุธยา ก่อน เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักที่รองรับตลาดไทยและต่างประเทศ เพื่อให้การท่องเที่ยวไทยเดินหน้าสู่เป้าหมายรายได้ 2.2 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 28.5-29 ล้านคน