SET จะขึ้นทดสอบ 1590 จุด
SET View
แนวโน้ม SET มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1590 จุด โดยมองกรอบการเคลื่อนไหว1575-1590จุด(1) คาดการณ์เชิงบวกการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคและต่อเงินไหลเข้าหลังจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก/เงินกู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ(2)นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 2.2 พันล้านบาทเมื่อวันศุกร์ สร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงิน LTF ที่รอเข้าตลาดในช่วงที่เหลือของปี (3) ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นกว่า 4% จากจุดต่ำสุดสัปดาห์ก่อนมาที่ US$79 ต่อบาร์เรล จากคาดการณ์เชิงบวกต่อผลการประชุม OPEN วันที่ 27 พ.ย. และจะเป็นปัจจัยบวกทางจิตวิทยาต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน(4) ทางเทคนิค หากปิดเหนือdowntrend lineบริเวณ 1580 จุดจะเป็นสัญญาณขาขึ้นระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน หาจังหวะลงทุนระยะสั้น หรือซื้อเมื่ออ่อนตัว เพื่อไปรอขายช่วงที่ SET รีบาวน์ไปแถว 1600 จุด +/-
1)Top Daily Pick :CK (เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีโอกาสชนะประมูลงานโครงการโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่จะมีความชัดเจนในต้นปีหน้า กอปรกับมีโอกาสเติบโตจากธุรกิจสาธารณูปโภคที่ดำเนินการโดยบริษัทลูก) GRAMMY (ราคาหุ้น laggard กลุ่มดิจิทัลทีวีและเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากการมีช่องดิจิทัลทีวีเป็นของตน ธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงของการ Turnaround หลังขายทิ้งธุรกิจไม่ทำกำไร และเพิ่งลง contents ใหม่สำหรับดิจิทัลทีวี)
2)Technical Pick:KTB JAS SCB BBL DEMCO
3)Theme Play : หุ้นกลุ่มนำตลาดที่คาดผลประกอบการ 4Q57 เติบโตต่อเนื่องหรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ทั้งกลุ่มสื่อสาร (ADVANC INTUCH JAS THCOM SIM SAMART) พัฒนาที่อยู่อาศัย (LH SPALI AP PS)และธนาคารขนาดใหญ่ (KBANK TMB SCB KTB)กลุ่มรับเหมาฯ (CK ITD SEAFCO STEC) ได้ประโยชน์จากงานประมูลโครงการโครงสร้างฟื้นฐานที่จะมีความคืบหน้าในช่วงที่เหลือของปีนี้
รายงานวันนี้
Update : MCOT (ขาย / มูลค่าเหมาะสม 16.80 บาท)เผชิญวิกฤติการแข่งขันและรายได้สัมปทานหด
กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ (24-28 พฤศจิกายน)
•แนวโน้มตลาดหลังแกว่งตัวออกข้างในกรอบแคบ 1560-1590 จุดมากว่า 3 สัปดาห์ จากนี้ไปเรามองว่า SET จะเลือกทิศทางโดยมองโอกาสขึ้นทดสอบ 1600 จุดในสัปดาห์นี้ ในกรอบเคลื่อนไหว 1550-1600 จุด จากความคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงิน LTF รวมถึงปัจจัยสภาพคล่องส่วนเกินจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ(จีนผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก/เงินกู้, ญี่ปุ่นเลื่อนการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อรอการเลือกตั้งใหม่ ขณะที่ยุโรปมีแนวโน้มเพิ่มวงเงิน QE) อย่างไรก็ตามอาจมีปัจจัยต้องติดตามที่ทำให้ SET พลิกผันระหว่างสัปดาห์ได้
•ประเด็นที่ต้องติดตาม ปัจจัยที่ผลักดันให้SET ขึ้นไปทดสอบ 1600 จุดหรือหรือหลุดกรอบ 1560 ลงมา ได้แก่ (1)การประกาศตัวเลขดุลการค้าเดือน ต.ค. ในปลายสัปดาห์นี้ คาดเห็นการส่งออกฟื้นตัวต่อเนื่องจากเดือนก.ย. (+3%YoY)และจะเป็นปัจจัยบวกต่อ SET แต่หากตัวเลขส่งออกยังคงหดตัว จะเกิดคาดการณ์เชิงลบต่อโอกาสปรับลดประมาณการGDP และกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียน(2)การประชุม OPECวันที่ 27 พ.ย. หากผลการประชุมมีการลดกำลังการผลิตเพื่อหนุนราคาน้ำมันจะเป็นบวกต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบและจิตวิทยาการลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน/โรงกลั่น(โดยเฉพาะกลุ่ม PTT) ที่มีน้ำหนักราว 18% ของตลาดแต่หากคงกำลังการผลิต ราคาหุ้นในกลุ่มยังจะคงผันผวนตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ
•กลยุทธ์การลงทุนหาจังหวะลงทุนระยะสั้น หรือซื้อเมื่ออ่อนตัว เพื่อไปรอขายช่วงที่ SET รีบาวน์ไปแถว 1600 จุด +/- แต่หาก SET ปิดต่ำกว่า 1560 จุดให้ขายเน้นถือเงินสดโดยแนะนำหุ้นกลุ่ม (1)กลุ่มสื่อสาร (ADVANC INTUCH JAS THCOM SIM SAMART) กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องจนปี 58 จากการขยายตัวของตลาด Internet และ Smartphoneมีปัจจัยหนุนกลุ่มจากความคาดหวังแผนดิจิทัลอีโคโนมีและการประมูล 4G ในปี 58 โดยเป็นกลุ่มที่รายได้มีความสม่ำเสมอ มีกระแสเงินสดและเงินปันผลดีเหมาะแก่การลงทุนทั้งระยะสั้น-ยาวในภาวะตลาดที่มีความไม่แน่นอนสูง
(2)กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย (LH SPALI AP PS) นอกจากเป็นกลุ่มที่ผลประกอบการ 3Q57 ออกมาสดใสและเป็นกลุ่มที่ผลกำไร 9M57 ขยายตัวสูงเป็นอันดับต้นๆ แล้ว ยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องใน 4Q57 โดยเป็นช่วงที่หลายบริษัทมีแผนจะเปิดโครงการใหม่เป็นจำนวนมากหนุนให้ Backlog ขยายตัวต่อเนื่องจนปีหน้า(3)กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ (KBANK TMB SCB KTB) 4 ตัวที่งบออกมาขยายตัวโดดเด่นเริ่มเห็นแนวโน้มที่จะกลับมา Outperform ผลักดันตลาดตามที่เราคาด อีกทั้ง4Q57 กำไรมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียม อีกทั้งเป็นกลุ่มที่ PE multiple ยังไม่แพงนัก(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK ITD SEAFCO STEC) ได้ประโยชน์จากงานประมูลโครงการโครงสร้างฟื้นฐานที่จะมีความคืบหน้าในช่วงที่เหลือของปีนี้









