วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway down

ซื้อสะสมบริเวณ 1500-1515 จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway down กรอบ 1536-1556 จุด หลังตลาดหุ้นโลกเริ่มพักตัว จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด และนักลงทุนลดความเสี่ยงก่อนผลการประชุมเฟดในวันพรุ่งนี้ แนะนำ รอซื้อเพิ่ม บริเวณ 1515-1500 จุด

คาดดัชนีฯ วันนี้ sideway down กรอบ 1536-1556 จุด หลังตลาดหุ้นต่างประเทศวานนี้พักตัว โดยหุ้นในยุโรปปรับลง ตามหุ้นธนาคารในอิตาลี หลังผล stress test เผยธนาคารในอิตาลีหลายแห่งไม่ผ่านการทดสอบประกอบนักลงทุนเริ่มมีความกังวลต่อ valuation ของตลาดหุ้นในปัจจุบันที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนบางส่วนขายลดความเสี่ยงก่อนทราบผลการประชุมเฟดวันพรุ่งนี้ และแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ยังอ่อนแอ (โกลด์แมน แซคปรับลดคาดการณ์) กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน ด้านปัจจัยในประเทศ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่แข็งแกร่งนัก ทำให้รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ขณะที่มีการเก็งกำไรหุ้นรายตัวที่คาดได้รับผลประโยชน์จากนโยบายรัฐ โดยภาพรวมเราคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะยังคงผันผวนต่อเนื่องในเดือน พ.ย. ก่อนกลับเป็นขาขึ้นได้ในช่วงปลายปีจากแรงซื้อ LTF และ RMF

กลยุทธ์ลงทุน : ภายใต้คาดการณ์ขาลงรอบนี้ จะสิ้นสุดที่ 1487-1500 จุด ระยะสั้น 1 สัปดาห์ แนะนำ ขึ้นทยอยขาย เพื่อรอซื้อสะสมที่บริเวณ 1500-1515 จุด เก็งกำไรหุ้น Turnaround (CFRESH TTA SST ROJNA ) และหุ้นกระแสบวกทางเทคนิค IEC GEL RICH MLINK WIN ส่วนระยะยาว รอสะสมหุ้นพื้นฐานดี ราคาถูก AP TTCL BANPU KSL PS LOXLEY และหุ้นได้ประโยชน์ภาครัฐ RATCH GLOW

Recommend Stocks ต.ค. : SPALI BTS INTUCH TTA PTT CPALL HEMRAJ JMART ANAN DEMCO

ปัจจัยต่างประเทศ : ราคาน้ำมันดิบโลกยังอ่อนแอต่อเนื่อง, รอฟังผลการประชุมเฟด

โกลด์แมนแซคปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ลงสู่ 75 ดอลลาร์/บาร์เรลจาก 90 ดอลลาร์ และลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลงสู่ 85 ดอลลาร์จาก 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ไตรมาสแรกของปีหน้า ส่งผลแนวโน้มราคาน้ำมันดิบโลกยังอยู่ในภาวะอ่อนตัว และกดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน

นักลงทุนเริ่มกังวล Valuation ที่สูง เมื่อเทียบกับจีดีพี ตามรายงานของบลูมเบิร์ก โดยเฉลี่ยดัชนีฯ S&P500 ปรับขึ้นได้ 4.7% ต่อไตรมาสในช่วงปี 2009-1H2014 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของจีดีพีสหรัฐฯ ถึง 5 เท่า ส่งผลให้ยังเห็นแรงเทขายทำกำไรสลับออกมาต่อเนื่อง ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจวานนี้ของสหรัฐฯ วานนี้ทั้ง PMI ภาคบริการและตัวเลขยอดทำสัญญาขายบ้านที่อ่อนแอกว่าคาด ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่สามารถรักษาโมเมนตัมของการรีบาวด์ได้ต่อเนื่อง

ปัจจัยในประเทศ : ยังเป็นห่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ช้ากว่าคาด

นายกฯ ห่วงเศรษฐกิจปีหน้า เตรียมแผนกระตุ้นรอบใหม่ หลังสัญญานการฟื้นตัวในปีนี้ช้ากว่าคาด ทั้งในเรื่องของการบริโภคภาคเอกชน การส่งออก รวมถึงการท่องเที่ยว รวมถึงแรงกดดันจากภายนอกเรื่องเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งทำให้หลายฝ่ายคาดว่าจีดีพีปีนี้ของไทยมีโอกาสที่จะโตเพียง 1.5-1.6% และการส่งออกมีโอกาสที่จะไม่โตถึงติดลบได้ โดยกระทรวงการคลัง เผยเตรียมเปิดแผนกระตุ้นรอบใหม่ในเดือน ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ดี ยังรอประเมินผลจากมาตรการกระตุ้นรอบแรกที่ออกไปก่อนหน้านี้ ขณะที่นโยบายปฏิรูปต่างๆ ยังเดินหน้า แม้มีเสียงคัดค้านในบางเรื่อง เช่น สัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ โดยที่นโยบายด้านพลังงานเป็นที่จับตาของนักลงทุน ซึ่งเราคาดว่าหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตไฟฟ้าจะยังได้รับประโยชน์ต่อเนื่อง แนะซื้อสะสม RATCH และรอซื้อเก็งกำไรเมื่ออ่อนตัว หุ้นพลังงานทางเลือก

ปัจจัยเทคนิค: เราคงมุมมองดัชนีฯจะอยู่ในกรอบ 1500 +/-20 จุด และไม่แนะนำให้ขาย หากเข้ามาอยู่ในกรอบดังกล่าว ส่วนการซื้อเพิ่ม จะรอสัญญาณยืนยันในสัปดาห์นี้ (ต้องมี Higher Low ยืนยัน) ดังน้น ถ้าดัชนีรีบาวด์ได้ ก็ยังไม่ได้หมายถึงการปรับฐานสิ้นสุด