"สาระ" คาดธุรกิจประกันชีวิตปลายปีแข่งขันดุเดือด ชิงลูกค้ากลุ่มลดหย่อนภาษี หนุนยอดเบี้ยรับรวมเติบโต 14-15%
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ธุรกิจประกันชีวิตไทยมีความคึกคักมากเป็นพิเศษ เห็นได้จากตัวเลขเบี้ยประกันชีวิตรับรวมของทั้งอุตสาหกรรม ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2557 อยู่ที่ 331,150 ล้านบาท คิดเป็นอันตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 16
โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 มีการแข่งขันดุเดือด เนื่องจากในช่วงปลายปีลูกค้าจะมีการวางแผนลดหย่อนภาษี จึงมีการซื้อประกันชีวิตที่มีการคุ้มครองเกิน 10 ปี และ ประกันบำนาญ ประกอบกับบริษัทประกันชีวิตมีการแข่งขันโปรโมชั่นเข้มข้นเพื่อปิดงบปี 2557 จึงคาดว่าสิ้นปีนี้เบี้ยประกันชีวิตรับรวมจะเติบโตร้อยละ 14-15 ตามเป้าหมาย
ส่วนปี 2558 คาดว่าธุรกิจประกันชีวิตจะขยายตัวต่อเนื่อง เพราะประชาชนมีการตื่นตัวเรื่องประกันชีวิตและสุขภาพ ดังนั้น ประกันชีวิตส่วนควบสุขภาพและประกันโรคร้ายแรงเป็นที่นิยมสูง ซึ่งบริษัทประกันชีวิตเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองทั้งการคุ้มครอง ออมเงิน สุขภาพ ชดเชยรายได้ และให้สอดคล้องกับสังคมผู้สูงอายุ ที่คาดว่าจะมีกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนเกินร้อยละ 10 ของประชากร โดยสมาคมประกันชีวิตไทยตั้งเป้าหมายจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยรวมต่อจีดีพีเป็นร้อยละ 6 ในอีก 2 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 4.1 ต่อจีดีพี
ขณะที่ผลการดำเนินงานของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำเบี้ยรับรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 57,474 ล้านบาทหรือเติบโตสูงขึ้นร้อยละ 27 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยบริษัทมั่นใจว่าจะมีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยคาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15
นายสาระ กล่าวด้วยว่า ในช่วงปลายปีลูกค้าจะมีการวางแผนลดหย่อนภาษี ดังนั้นทางบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จึงเปิดตัวโครงการเมืองไทยรับทราบตลอดชีพ 90/7 โดยเป็นการจ่ายเบี้ยประกันภัยสั้น 7 ปี แต่คุ้มครองชีวิตจนครบอายุ 90 ปี และมีเงินจ่ายคืนระหว่างสัญญา นอกจากนี้ ยังเปิดตัวโครงการเมืองไทย SME Smile เพื่อธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการซื้อความคุ้มครองสุขภาพและอุบัติเหตุให้พนักงานตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป









