บอร์ด "บีทีเอส" ไฟเขียวนำ "บีทีเอส แอสเสทส์-ก้ามกุ้ง พร็อพเพอร์ตี้" แลกหุ้น "เอ็นพาร์ค" ถือสัดส่วนกว่า 30%
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติในหลักการให้บริษัทพิจารณาจำหน่ายหุ้นใน 2 บริษัทย่อยในสายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ บริษัท บีทีเอส แอสเสทส์ จำกัด และบริษัท ก้ามกุ้ง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ให้แก่บริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ NPARK ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในหมวดธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อแลกกับค่าตอบแทนซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนและใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนท์) ของบริษัท แนเชอรัล พาร์ค และ/หรือเงินสดอีกจำนวนหนึ่งหากมีความเหมาะสม ซึ่งการกำหนดค่าตอบแทนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงกันของคู่สัญญาต่อไป
ทั้งนี้ บริษัทจะเข้าตรวจสอบวิเคราะห์สถานะกิจการ (Due Diligence) ของบริษัท แนเชอรัล พาร์ค รวมถึงบริษัทย่อย และนำเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัทพิจารณาและอนุมัติการเข้าทำรายการอีกครั้งหนึ่ง
เขากล่าวว่า มูลค่าสินทรัพย์ที่บริษัทจำหน่ายให้กับบริษัท แนเชอรัล พาร์ค รวมมูลค่าประมาณ 8,000-10,000 ล้านบาท ประกอบด้วยสินทรัพย์ของบริษัท บีทีเอส แอสเสทส์ คือโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาธร และที่ดินว่างเปล่าบริเวณจตุจักร 11 ไร่ ส่วนสินทรัพย์บริษัท ก้ามกุ้ง พร็อพเพอร์ตี้ คือที่ดินเปล่าบริเวณ พญาไท 4 ไร่
"จะทำดิวดิลิเจนส์ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด น่าจะเสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ จากนั้นจะนำเข้าเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการอีกครั้งในเดือนพ.ย. ว่าจะเข้าไปบริหารด้านนโยบายในเอ็นพาร์คหรือไม่และอย่างไร ภายหลังธุรกรรมนี้บริษัทจะถือหุ้นในเอ็นพาร์ค 30% แต่ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องการทำเทนเดอร์"
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า บริษัทมองเห็นทิศทางการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ร่วมกันระหว่างบริษัทซึ่งมีที่ดินและสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่ และบริษัท แนเชอรัล พาร์ค ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าธุรกิจหลักของบริษัทยังเป็นธุรกิจให้บริการระบบขนส่งมวลชนเช่นเดิม การเข้าลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม จากสินทรัพย์ที่มีอยู่
ทั้งนี้ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์เรื่องขอขึ้นห้ามซื้อขายชั่วคราว (H) เนื่องจากคณะกรรมการของบริษัทมีมติอนุมัติการเข้าทำรายการ การได้มาซึ่งทรัพย์สิน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่อาจมีผลกระทบต่อราคาซื้อขายหลักทรัพย์และการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ถือหุ้นหรือผู้ลงทุนทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงานว่า ตามหนังสือที่อ้างถึงบริษัท แนเชอรัล พาร์ค ได้ขอหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทเป็นการชั่วคราวไม่เกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขายสำหรับการซื้อขายในวันที่ 6 ต.ค. 2557 เนื่องจากได้มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการ การได้มาซึ่งทรัพย์สิน ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่อาจมีผลกระทบต่อราคาซื้อขายหลักทรัพย์และการตัดสินใจในการลงทุนของผู้ถือหุ้นหรือผู้ลงทุนทั่วไป ความละเอียดตามหนังสือที่อ้างถึง
เนื่องจากบริษัทยังไม่สามารถเตรียมข้อมูลเพื่อเปิดเผยได้ทัน บริษัทจึงขอหยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทเป็นการชั่วคราวอีกหนึ่งรอบการซื้อขายสำหรับการซื้อขายในวันที่ 6 ต.ค.2557
นายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า กรณีที่บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ อนุมัติขายสินทรัพย์ให้บริษัทลูกให้กับบริษัท แนเชอรัล พาร์ค ประเมินว่าบริษัท แนเชอรัล พาร์ค จะได้รับประโยชน์มากกว่า เนื่องจากมีภาพของผู้ถือหุ้นที่ชัดเจนขึ้น หลังจากที่บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เข้ามาถือหุ้นประมาณ 37%
สำหรับบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ยังไม่เห็นประโยชน์ที่ชัดเจนจากการขายสินทรัพย์ให้กับบริษัท แนเชอรัล พาร์ค และเข้าถือหุ้นประมาณ 37% เว้นแต่ประโยชน์ด้านราคาลงทุนในหุ้นเอ็นพาร์คที่ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากสินทรัพย์ที่ขายให้กับบริษัท แนเชอรัล พาร์ค เป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทเช่นกัน
“ตอนนี้ยังไม่มีการนัดเข้าไปรับฟังข้อมูลจากผู้บริหาร จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะมีการปรับประมาณการกำไรของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์หรือไม่ และยังต้องรอให้ไขข้องใจเรื่องมองเห็นอะไรในเอ็นพาร์คบ้าง”
เขากล่าวเพิ่มว่า ประเด็นเรื่องการทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์นั้น เชื่อว่าจะมีการขอยกเว้นการทำเทนเดอร์กับผู้ถือหุ้นบริษัท แนเชอรัล พาร์ค เพื่อจะไม่ต้องทำเทนเดอร์









