ซื้อราคาเป้าหมายปี 58 = 55บาท
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ลดลง 11% จากกำไรครึ่งปีลดลง 17%
• 1Q57 มีกำไร 935 ล้านบาทลดลง 19%YoY แต่เพิ่มขึ้น 16%QoQ
• สินเชื่อครึ่งปี 57 หดตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 โดยลดลง 4.1%YTD
• ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ลดลง 11%
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ที่ 55 บาท
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
กำไร 2Q57ลดลง 14%YoY แต่เพิ่มขึ้น 6%QoQ กำไรครึ่งปี 57 ลดลง 17% : ในช่วง 2Q57มีกำไรสุทธิ992 ล้านบาทลดลง 14%YoY เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิหลังจากหักหนี้สูญลดลง(เพราะตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น 51% เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ของสินเชื่อเช่าซื้อ ขาดทุนจากการด้อยค่าเพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนจากการขายรถยึด เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกเห็นการฟื้นตัวของกำไร เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับดีขึ้นเป็น 3.2% จาก 3% ใน 1Q57 และการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่านายหน้าในการซื้อขายหลักทรัพย์และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนกำไรครึ่งแรกปี 57 อยู่ที่ 1,926 ล้านบาท ลดลง 17%YoY
สินเชื่อครึ่งปี 57 หดตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 โดยลดลง 4.1%YTD : ปลายเดือน มิ.ย.57 มียอดสินเชื่อ 3.06 แสนล้านบาทลดลง 4.1 %จากปลายปี 56 ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและภาวะสินเชื่อเช่าซื้อที่ยังซบเซาซึ่งผู้บริหารคาดว่าการฟื้นตัวน่าจะเลื่อนจากช่วงครึ่งหลังของปีไปเป็นปีหน้าทำให้การปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ต้องระวังในเรื่อง NPL เป็นหลักส่งผลให้แนวโน้มสินเชื่อปลายปีทำได้อย่างดีแค่ทรงตัวเท่าปลายปี 56 ด้านคุณภาพสินทรัพย์มีแรงกดดันจากสินเชื่อเช่าซื้อที่ปล่อยในปี 56 กลายเป็น NPL และการที่สินเชื่อหดตัวทำให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ(NPL)ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นอีกเป็น 2.27% จาก 1.89% ใน 1Q57 ซึ่งทำให้ตั้งค่าใช้จ่ายหนี้สูญและขาดทุนด้อยค้าในการขายรถยึดใน 2Q57 เพิ่มขึ้น 51% โดยมี credit cost เพิ่มขึ้นเป็น 1.7% แต่ยังตํ่ากว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 56 ที่มี credit cost สูงถึง 2.2%
ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ลดลง11%:กำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 57คิดเป็น 42% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีที่ 4.5 พันล้านบาทฝ่ายวิจัยได้ปรับลดสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อทำได้แค่ทรงตัวเท่าปลายปี 56 ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 57 ลดลง 11% เหลือ 4 พันล้านบาท จากเดิม 4.5 พันล้านบาท ซึ่งทำให้อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิหดตัว ราว 5% จากปี 56 โดยคาดว่าการฟื้นตัวของธุรกิจเช่าซื้อในปี 58 จะส่งผลดีให้กำไรสุทธิกลับมาเติบโตราว 12% เป็น 4.5 พันล้านบาท
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ที่ 55 บาท: ฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio)ตามวิธี IRBที่ 15.4% อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 11.5% ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ซึ่งอิง ProspectP/BV ที่ระดับ 1.5 เท่าและKe 12.5% เท่ากับ 55 บาท ยังมี upside จากราคาปิดล่าสุดและมี downside risk ตํ่า ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดผลตอบแทนเงินปันผลปี 57 เท่ากับปี 56 ที่ 2 บาทต่อหุ้นyield 4.9% เป็นระดับที่น่าสนใจ ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”









