คสช.ไฟเขียวมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นเศรษฐกิจต่ออายุภาษี3ประเภทในอัตราเดิมอีก1ปี ยันไม่กระทบจัดเก็บรายได้ปี58
ร.อ.น.พ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คสช.เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นประธานวานนี้ (2 ก.ค.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจตามที่กระทรวงการคลังเสนอโดยมีสาระสำคัญคือให้ขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่มต่อไปอีก 1 ปี
สำหรับสาระสำคัญของมาตรการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ คสช.ให้ความเห็นชอบในวันนี้ได้แก่การเห็นชอบให้มีการออกพระราชกฤษฎีกา(พรฎ.)ขยายอายุอัตราภาษีทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ 1.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยให้ยังคงจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราขั้นบันได 7 ขั้นอัตราจากเดิมอัตราเดิม 5 ขั้นอัตรา ตามเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตรา 5 - 35% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค. 2558 เพื่อความสมดุลและเป็นธรรมโดยให้ผู้มีรายได้น้อยชำระภาษีน้อย ผู้มีรายได้มากควรชำระภาษีมาก
ทั้งนี้การจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาในอัตราดังกล่าวในทำให้ผู้มีรายได้รายได้ระหว่าง 0-300,000 บาทแรกจะเสียภาษีในอัตรา 5% ของรายได้สุทธิต่อปี ส่วนผู้มีเงินได้สุทธิ ระหว่าง 300,001 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท จะถูกเก็บภาษีในอัตรา 10% เท่ากับอัตราเดิมผู้มีเงินได้สุทธิช่วง 500,001 ถึง 750,000 บาท เสียภาษีในอัตรา 15% ลดลงจากอัตราเดิมที่ 20%ผู้มีเงินได้สุทธิ 750,001 บาทถึง 1 ล้านบาท เสียภาษีอัตรา 20% เท่าเดิม ผู้มีเงินได้สุทธิ 1,000,001 บาทถึง 2 ล้านบาท เสียภาษีอัตรา 25% ลดลงจากอัตรา 30% ผู้มีเงินได้สุทธิ 2,000,001 บาทถึง 4 ล้านบาท เสียภาษีในอัตรา 30% เท่ากับอัตราเดิม และผู้มีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 4,000,001 ขึ้นไปเสียภาษีในอัตรา 35% ลดลงจากอัตราปัจจุบันที่เสียไว้ 37% โดยที่รัฐบาลยังคงยกเว้นภาษีสำหรับผู้มีรายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทแรกตามเดิม
2.ภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยให้คงการเก็บภาษีนิติบุคคลในอัตรา 20% (อัตราเดิม 30%) ในรอบบัญชีที่ 1 ม.ค แต่ไม่เกินวันที่ 30 ธ.ค.2558 เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่องและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และ 3.ให้คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ที่อัตรา 7% ต่อปี (รวมภาษีท้องถิ่น) จากเดิมที่ต้องปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10% โดยให้ขยายระยะเวลาเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่อัตรา 7% ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2557 - 30 ก.ย. 2558 ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นการบริโภคของประชาชน และลดภาระค่าครองชีพของประชาชนลง
ทั้งนี้กระทรวงการคลังได้รายงานต่อที่ประชุมฯว่ามาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดภาษีเป็นมาตรการด้านการคลังที่สำคัญ ในการช่วยเหลือให้เศรษฐกิจของประเทศไทยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2557 ผ่านการบริโภคและการลงทุน โดยกระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล ซึ่งใช้เป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 จำนวน 1.9 ล้านล้านบาทแต่อย่างใด









