วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดปุ๋ยคึกคักหลังชาวนารับเงินค่าข้าว

ตลาดปุ๋ยคึกคัก หลังชาวนาได้รับเงินค้างค่าข้าว ผู้ประกอบการน้อยใหญ่รุกกิจกรรมการตลาด

นายวุฒิพงษ์ หวังสันติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอราโกร เฟอร์ติไลเซอร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปุ๋ย "ตรามงกุฎ" และ "ปุ๋ยทิพย์" เปิดเผยภาพรวมตลาดปุ๋ยในช่วงที่ผ่านมาว่า อุตสาหกรรมปุ๋ยคึกคักมากขึ้น หลังชาวนาได้รับเงินค้างค่าข้าววงเงินกว่า 9 หมื่นล้านบาท โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ ต่างจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มเจียไต๋ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) บริษัท ไอ ซี พี เฟอทิไลเซอร์ จำกัด บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลาง เช่น บริษัท ศักดิ์สยามกรุ๊ป โฆษณาปุ๋ยผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ นอกจากนี้ผู้ประกอบการบางรายยังขยายช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ เพื่อรุกตลาด

อย่างไรก็ตาม จากการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวคิดจะลดราคาปัจจัยการผลิต รวมถึงการลดราคาปุ๋ย เพื่อช่วยชาวนา ในเรื่องนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการรายใหญ่พร้อมให้ความร่วมมือในการดำเนินการ ส่วนผลกระทบต่อตลาดปุ๋ยจากมาตรการดังกล่าว คาดว่าจะส่งผลให้ผู้ประกอบการรายกลางและเล็ก นำเข้าปุ๋ยลดลง จากแรงจูงใจด้านอัตรากำไร (มาร์จิน) ที่ปรับตัวลดลง

"ตลาดปุ๋ยปีนี้โตยาก เพราะต้นปีตลาดชะงัก ส่งผลให้ 4 เดือนแรกการเติบโตของตลาดลดลง มารอบนี้เผชิญกับปัจจัยราคาสินค้าเกษตรไม่ดี ส่วนราคาขายช่วงนี้ที่คาดว่าจะเป็นฤดูขายหลักที่ผู้ประกอบการจะทำกำไรได้ จากต้นปีที่ขาดทุนจากการบริหารจัดการ ก็ไม่สามารถทำได้"

สวนทางกับแนวโน้มต้นทุนแม่ปุ๋ยในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อเนื่องถึงต้นทุนการเกษตรอาจปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการนำเข้าปุ๋ยต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการกว่า 2 เดือนกว่าจะได้รับสินค้า จึงเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ต้นทุนแม่ปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น

เขายังเห็นว่า ภาคการเกษตรไทยยังมีต้นทุนแอบแฝงสูงในระบบห่วงโซ่การผลิต (ซัพพลายเชน) ทั้งค่าขนส่ง (โลจิสติกส์) การบวกราคาจากพ่อค้าคนกลาง เช่น ร้านค้า สหกรณ์ต่างๆ เป็นต้น จึงต้องการให้คสช. เร่งหาแนวทางบูรณาการแก้ไขปัญหาในระยะยาว มุ่งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรต่อไร่ ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเพื่อทำการเกษตรในแปลงขนาดใหญ่ ร่วมมือกันเพาะปลูก ซื้อปุ๋ย นำเครื่องจักรมาช่วยในกระบวนการผลิต เป็นต้น เพื่อให้เกิดการประหยัดจากขนาด เป็นต้น

รายงานข่าวระบุว่า ปุ๋ยสูตรต่างๆ มีราคาขายสูงกว่า 1,000 บาทต่อกระสอบ โดยการลดราคาครั้งนี้จะปรับลงราว 50 บาทต่อกระสอบ ล่าสุดเริ่มพบร้านค้าสหกรณ์ในต่างจังหวัดลดราคาสินค้าลงบ้างแล้ว