วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เฟดเดินหน้าลด'คิวอี'มั่นใจเป้าหมายฟื้นศก.

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟดเดินหน้าลด'คิวอี' มั่นใจบรรลุเป้าหมายฟื้นเศรษฐกิจ

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมติเอกฉันท์ปรับลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และหลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสัญญาจำนอง (MBS) ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) โดยปรับลดลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากวงเงินเดิม 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน มีรายละเอียดดังนี้

แถลงการณ์เฟดระบุว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวงเงิน 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์ และซื้อ MBS ในวงเงิน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือนในเดือนก.ค. ลดลงจากเดิมที่ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวงเงิน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และซื้อ MBS ในวงเงิน 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน

นอกจากนี้ เฟดยังแถลงว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในช่วง 0-0.25% ต่อไปอีกระยะหนึ่ง หลังจากมาตรการซื้อพันธบัตรสิ้นสุดลง

ขณะเดียวกัน เฟดได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ ลงสู่ 2.1-2.3% จากเดิมที่ 2.9% แต่ยังคงตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวในปี 2015 และ 2016 ขณะที่แสดงความเชื่อมั่น

ว่าการฟื้นตัวจะยังคงดำเนินต่อไป

อย่างไรก็ดี เฟดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยระยะยาวซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อศักยภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวจะอยู่ที่ 3.75% ลดลงจากตัวเลข 4% ที่คาดการณ์ในเดือนมี.ค.

ส่วนตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฟดคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะไม่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ที่เฟดกำหนดไว้

การแถลงข่าวหลังการประชุมเฟด นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ระบุถึงปัจจัยหลายประการที่ทำให้เฟดมีความเชื่อมั่นในระยะสั้น โดยปัจจัยเหล่านี้รวมถึง การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้น

เจ้าหน้าที่เฟดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐในปีนี้ ลงสู่ 2.1-2.3% จากเดิมที่ราว 2.9% อย่างไรก็ดี นางเยลเลนกล่าวว่า การปรับลดนี้เป็นผลจากปัจจัย "ชั่วคราว" เช่น ภาวะอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว และกล่าวว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้นต่อไป

นางเยลเลนกล่าวว่า "กิจกรรมทางเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้นในไตรมาสปัจจุบัน และจะยังคงขยายตัวในอัตราปานกลาง" และกล่าวเสริมว่า "เศรษฐกิจยังคงเดินหน้าไปสู่เป้าหมายของเรา" ในการบรรลุภาวะการจ้างงานเต็มที่ และในการทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2 %

อย่างไรก็ดี นางเยลเลนกล่าวว่า การคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้ปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงที่ผ่านมา และส่งผลให้เจ้าหน้าที่เฟดปรับลดตัวเลขคาดการณ์เป้าหมายระยะยาวสำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดลงจาก 4 % สู่ 3.75 %

เฟดยังคงแสดงความพึงพอใจต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่อัตราเงินเฟ้อขยับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป, อัตราการว่างงานร่วงลง และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มจะอยู่ที่ระดับราว 3 % ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งถือว่าสูงกว่าแนวโน้มระยะยาว

ปัจจัยนี้กระตุ้นให้สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (FOMC) คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยในช่วง 2 ปีข้างหน้าอาจจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อนในเดือนมี.ค. โดยสมาชิก FOMC ที่เข้าร่วมในการจัดทำรายงานคาดการณ์ประจำไตรมาสล่าสุดนี้รวมถึงนายสแตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองประธานเฟดคนใหม่

เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ 0-0.25 % นับตั้งแต่เดือนธ.ค.2008 ซึ่งเป็นช่วงที่เฟดพยายามแก้ไขวิกฤติการเงินและภาวะเศรษฐกิจถดถอยขั้นรุนแรง และในปัจจุบันนี้เฟดก็กำลังเผชิญกับการตัดสินใจในประเด็นสำคัญ ที่ว่า เฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด และควรจะปรับขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงใด ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวต่อไป

ในการประชุมเฟดครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เฟด 13 จาก 16 รายกล่าวว่า เฟดควรจะเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์กลางของเจ้าหน้าที่เฟดระบุว่า อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของเฟดอาจจะอยู่ที่ 1.125 % ในช่วงสิ้นปี 2015 โดยขยับขึ้นเล็กน้อยจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือนมี.ค.

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่เฟดยังคาดการณ์อีกด้วยว่า อัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ที่ 2.5 % ในช่วงสิ้นปี 2016 โดยปรับขึ้นจาก 2.25 % ที่เคยคาดการณ์ไว้ในเดือน มี.ค.

อย่างไรก็ดี ตัวเลขคาดการณ์กลางที่สูงขึ้นนี้ไม่ได้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดมีความเห็นสอดคล้องกัน เนื่องจากตัวเลขคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟดแต่ละรายในรายงานครั้งล่าสุดนี้อยู่ในช่วงกว้างมากกว่าในรายงานคาดการณ์เดือนมี.ค.

แถลงการณ์เฟดในครั้งนี้มีเนื้อหาเปลี่ยนแปลงไปจากแถลงการณ์ในวันที่ 30 เม.ย.เพียงเล็กน้อย โดยแถลงการณ์ในครั้งนี้ยังคงระบุว่า อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ใกล้ 0 % "ต่อไปเป็นเวลานานระยะหนึ่ง" หลังจากเฟดยุติมาตรการ QE ไปแล้ว นอกจากนี้ เฟดยังระบุว่า อัตราการว่างงานยังคง "อยู่ในระดับสูง" ถึงแม้การจ้างงานขยายตัวในระยะนี้ และเฟดตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่า มาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดนิยมใช้ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย

นางคิม รูเพิร์ท กรรมการผู้จัดการบริษัทแอคชัน อิโคโนมิคส์ กล่าวว่า "นางเยลเลนไม่ได้ปรับเปลี่ยนแนวโน้มนโยบายการเงิน ในขณะที่สมาชิกเฟดสายพิราบหลายคนต้องการสร้างความมั่นใจว่า เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นอย่างแท้จริง"

นางเยลเลนกล่าวเตือนก่อนหน้านี้ว่า นักลงทุนไม่ควรมองว่าตัวเลขคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟดแต่ละรายถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า FOMC มีแนวโน้มจะปรับนโยบายการเงินอย่างไรในอนาคต นอกจากนี้ นางเยลเลนยังระบุด้วยว่า การที่มีสมาชิกใหม่เข้ามาใน FOMC ในช่วงนี้ และการที่นายเจเรมี สไตน์ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเฟด ส่งผลให้เป็นเรื่องยากที่จะนำรายงานคาดการณ์ฉบับล่าสุดนี้ไปเปรียบเทียบกับรายงานคาดการณ์ในเดือนมี.ค.

นางเยลเลนกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการบรรลุความเห็นที่ตรงกันในประเด็นที่ว่า เฟดควรใช้วิธีการอย่างไรในการจัดการกับนโยบายการเงิน ในขณะที่ช่วงเวลาของการใช้นโยบายการเงินเพื่อแก้ไขภาวะวิกฤติกำลังจะสิ้นสุดลง

แถลงการณ์เฟดระบุว่า เฟดจะยังคงนำเงินที่ได้รับจากตราสารหนี้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนมาลงทุนใหม่ต่อไป (reinvestment) และสิ่งนี้หมายความว่า งบดุลของเฟดที่มีขนาดราว 4.3 ล้านล้านดอลลาร์จะยังคงไม่ถูกปรับลดขนาดลงในช่วงนี้

ทั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบายกำลังหารือกันในประเด็นที่ว่า เฟดควรจะปรับลดขนาดการถือครองสินทรัพย์ลงเมื่อใด และควรจะปรับลดขนาดลงอย่างไร และประเด็นที่ว่าเฟดควรจะบริหารอัตราดอกเบี้ยอย่างไร หลังจากเฟดได้อัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมากเข้าสู่ระบบธนาคารในช่วงที่ผ่านมา โดยผ่านทางมาตรการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจหลากหลายมาตรการ

นางเยลเลนกล่าวว่า "เราได้สร้างความคืบหน้าเป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่เรายังไม่ได้ข้อสรุปในขณะนี้" และคาดว่าเฟดจะเปิดเผยแผนการอย่างละเอียดในช่วงต่อไปในปีนี้