วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อุตฯทุ่ม250ล้านช่วยรายย่อยฝ่าวิกฤติการเมือง

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ชูโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรม ด้วยงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า กรมฯต้องการช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายมากขึ้น โดยเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เดือนก.ค. - ธ.ค. 2557 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ประสงค์ขอรับบริการสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียงร้อยละ 5 ต่อปี (0.416 ต่อเดือน) คงที่เป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้นจะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6 ต่อปี (0.5 ต่อเดือน) ส่วนสินเชื่อวงเงินตั้งแต่ 100,000 บาท ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 6 ต่อปี

การดำเนินงานโครงการดังกล่าว หากนับตั้งแต่ปี 2527 - 2556 สามารถสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตรายย่อยแล้วกว่า 23,000 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างแรงงานใหม่กว่า 35,000 คน

อย่างไรก็ดี นอกจากโครงการดังกล่าวแล้ว กสอ. ยังมีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการอีกกว่า 50 โครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในอาเซียน เริ่มตั้งแต่การสนับสนุนปัจจัยเอื้อต่อการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งในด้านแหล่งข้อมูล การให้บริการทดสอบผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ประกอบการ SMEs และการสร้างที่ปรึกษาเพื่อให้บริการปรึกษาแนะนำในสถานประกอบการต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs รายเดิมและรายใหม่ ตลอดจนการพัฒนาองค์กรธุรกิจให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดร.อรรชกา กล่าวว่า จากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แม้ว่าจะเริ่มคลี่คลายขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็พบว่าผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อยและผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน (Small Enterprise) ซึ่งมีจำนวนกว่า 2.7 ล้านราย (รายงานประจำปี สสว. 2556) ต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบกับในปี 2558 ที่กำลังจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้การแข่งขันทางการค้าน่าจะสูงขึ้นตามไปด้วย ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องสร้างความพร้อมในธุรกิจของตนเองในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดอาเซียน ซึ่งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายย่อย ส่วนใหญ่มักมีข้อจำกัดในด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงิน เพราะขาดความเชื่อมั่นในแผนธุรกิจและการประกอบการ ส่งผลให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดย่อมขาดสภาพคล่องทางการเงิน

กรมฯมีภารกิจหลักสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีงานทำ สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ประชาชน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ สามารถดำเนินธุรกิจได้ท่ามกลางการแข่งขึ้นที่สูงขึ้น จึงได้เร่งดำเนินการโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตรายย่อย ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือด้านเงินทุนหมุนเวียนในอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับการจัดหาวัตถุดิบ เครื่องมือ อุปกรณ์การผลิต และการจ้างงาน ฯลฯ

ส่วนแนวทางการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการที่ขอรับสินเชื่อดังกล่าวนอกจากการรับบริการทางด้านการเงินแล้ว กรมฯ ยังเสริมความแข็งแกร่งในด้านการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นด้วย อาทิ การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการ การตลาด และการเงินและบัญชี รวมทั้ง การให้คำปรึกษาแนะนำด้านธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายลูกค้า