ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่อาจต้องรอเวลากำไรฟื้นตัวในไตรมาส 4/57
ประเด็นการลงทุน
จากการประชุมนักวิเคราะห์ เราเห็นด้วยกับ CENTEL ว่าการท่องเที่ยวไทยได้ลงไปแตะจุดต่ำสุดมาแล้วในเดือนพ.ค. ที่ผ่านมาแต่อย่างไรก็ตามหากพิจารณาด้านผลประกอบการของบริษัท่น่าจะเห็นการฟื้นตัวได้อย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/57 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซัน ดังนั้นเรามองว่านักลงทุนสามารถรอช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อหุ้น (อาจจะเป็นช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.) ทั้งนี้เราคาดการเข้าซื้อหุ้น 50% ของโรงแรมที่กะตะของ CENTEL (คาดเริ่มรับรู้ได้ในไตรมาส 3/57) จะส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 2557 สูงขึ้นประมาณ 1% โดยเรายังคงคำแนะนำ ถือ ทั้งนี้เรามีการปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 เป็น 33 บาท (สูงขึ้นจาก 29 บาท) ซึ่งสะท้อนสมมติฐานใหม่ของฝ่ายวิเคราะห์ว่าต่อผลตอบแทนของตลาด (ลดลงจาก 12.8% เป็น 12.6%) และอัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง (ลดลงจาก 4.5% เป็น 4.2%)
ผู้บริหารยังคงเป้าผลดำเนินงานปี 2557
CENTEL ยังคงเป้าหมายอัตราเข้าพักโรงแรมปี 2557 ที่ 75% (ลดลงจาก 80% ในปี 2556) ,เป้าหมายราคาห้องพักเฉลี่ยเติบโต 6-7% YoY และเป้าหมายรายได้เฉลี่ยต่อห้องเติบโต 3-4% YoY ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สูงกว่าที่เราคาดการณ์เชิงอนุรักษ์นิยมที่รายได้เฉลี่ยต่อห้องลดลง 4% YoY สำหรับปี 2557 (อัตราเข้าพักที่ 75% และราคาห้องพักคงที่) และถ้าหาก CENTEL มิได้มีนโยบายการปรับลดราคาห้องพักหรือทำการตลาดอย่างรุนแรงในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ย. จะมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการราคาห้องพักเฉลี่ยปี 2557 ของเราได้ สำหรับธุรกิจอาหารบริการด่วน บริษัทตั้งเป้ายอดขายต่อสาขาเดิมคงที่ YoY และอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาที่ 8-10% (ในประมาณการของเราคาดเติบโต 9.7%)
คาดผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมขาดทุนในไตรมาส 2/57
โดยภาพรวมบริษัทเราคาดกำไรหลักไตรมาส 2/57 ลดลง 40% YoY และ 70% QoQ แต่ผลการดำเนินงานของโรงแรมจะรายงานการขาดทุนในไตรมาส 2/57 ซึ่งในเบื้องต้นเราคาดขาดทุนประมาณ 60 ล้านบาท สูงกว่าขาดทุนในไตรมาส 2/56 ที่ 32 ล้านบาท และกลับมาจากทำกำไรในไตรมาส 1/57 ที่ 457 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้บริหารเปิดเผยรายได้เฉลี่ยต่อห้องขยายตัว 2.3% YoY สำหรับเดือนเม.ย.-พ.ค. (มีการเข้าพักเป็น 72% ลดลง 4.6% และราคาห้องพักเฉลี่ยขยายตัว 8.8% YoY หนุนโดยโรงแรมในมัลดีฟส์) ทั้งนี้หากแบ่งเป็นรายละเอียดภบว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้องหดตัว 27% YoY สำหรับโรงแรมในกรุงเทพฯ แต่เพิ่มขึ้น 2.6% YoY สำหรับโรงแรมในต่างจังหวัด และ 17.2% YoY สำหรับโรงแรมในมัลดีฟส์
ยอดขายอาหารต่อสาขาเดิมพลิกฟื้นในเดือนพ.ค.
ยอดขายอาหารต่อสาขาเดิมลดลง YoY จาก 1.8% ในไตรมาส 1/57 มาอยู่ที่ 0.9% ในเดือนเม.ย.แล้วเริ่มกลับมาขยายตัว 0.4% ได้ในเดือนพ.ค. (บริษัทเริ่มทำการตลาดมากขึ้นในไตรมาส 2/57) เราตั้งสมมติฐานอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาเป็น 7% ในไตรมาส 2/57 ส่งผลให้กำไรจากธุรกิจอาหารในไตรมาสนี้ลดลง YoY แต่สูงขึ้น QoQ
เนื่องจากกำไรไตรมาส 1/57 ฐานต่ำที่ 45 ล้านบาท ธุรกิจอาหารจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 หนุนโดยการใช้จ่ายภาคการบริโภคสูงขึ้นโดยเฉพาะในต่างจังหวัด (ประมาณ 49% ของรายได้ธุรกิจอาหาร)
สิ่งแผนการขายสินทรัพย์ให้กับ REIT อย่างเร็วที่สุดคาดในปี 2558
แม้ CENTEL จะอยู่ในช่วง de-leveraging คือหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะลดลงจาก 1.1เท่า ณ สิ้นปี 2556 มาอยู่ที่ 0.9เท่า ณ สิ้นปี 2557 แต่บริษัทยังมีแผนที่จะขายสินทรัพย์แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) โดยคาดเบื้องต้นขนาดกองทุนคาดมูลค่า 5 พันล้านบาทสำหรับโรงแรม 5 แห่ง (โรงแรมที่ CENTEL เป็นเจ้าของ 3 แห่งและอีก 2 โรงแรมเป็นโรงแรมที่รับบริหารงานโดย CENTEL) โดยรายได้จาก REIT จะนำมาลงทุนในโรงแรมใหม่หรือเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามเรามองว่าอย่างเร็วที่สุดแผนการขายสินทรัพย์เข้า REIT น่าจะสำเร็จได้ในปี 2558









