รอการกลับมาของนักลงทุนหลังได้บอร์ด BOI
ยอดส่งเสริมการลงทุนมีโอกาสเติบโตใน 2H57
BOI รายงานยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 4 เดือนแรกของปี 2557 มีมูลค่า 2.7 แสนล้านบาท ลดลง 45% YoY เป็นผลจากช่วงเวลาดังกล่าวขาดคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่ออนุมัติโครงการขนาดใหญ่ทีมีมูลค่าลงทุนมากกว่า 200 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติเพื่อขอรับการส่งเสริมราว 700 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 7.5 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดีจากแผนการผลักดันการส่งเสริมและสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศให้กลับมาโดยเร็ว ตามแผนของคณะค.ส.ช ทำให้เราเชื่อว่าขบวนการดังกล่าวสามารถทำให้เกิดเป็นรูปธรรมที่เร็วขึ้น ซึ่งจะสะท้อนไปยังความมั่นใจของนักลงทุนที่จะทำให้ตัวเลขขอรับการส่งเสริมการลงทุนฟื้นตัวขึ้นในช่วง 2H57
เม็ดเงินลงทุนจากกลุ่มยูโรโซนสูงขึ้น
การส่งเสริมการลงทุนในประเทศในเดือน ม.ค. - เม.ย. เป็นการส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเม็ดเงินลงทุน 2.1 แสนล้านบาท ลดลง 2% YoY มีความแตกต่างที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน คือ ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนของญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาลดลง 50 - 60% YoY ขณะที่ตัวเลขจากประเทศฝั่งยุโรป และจีนมีมูลค่าการลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน โดยเฉพาะจากยุโรปที่มีตัวเลขการลงทุน 6.3 หมื่นล้านบาท เติบโตถึง 3.7 เท่า โดยมีสัดส่วน 29% รองจากญี่ปุ่น ซึ่งแหล่งเงินส่วนใหญ่มาจากลักเซมเบิร์กในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และเนเธอร์แลนด์จากธุรกิจเคมีภัณฑ์ เราคาดว่าแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวในอนาคตของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อการลงทุนใหม่และขยายการลงทุนเพิ่มในไทย
AMATA รายได้ต่อเนื่องจากงานในมือ
ผลประกอบการของ AMATA โดดเด่นใน 1Q57 จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมากถึง 616 ไร่ อย่างไรก็ดีเราคาดผลประกอบการใน 2Q57 ยังมีโอกาสทำได้ดีจากงานในมือ 4.9 พันล้านบาท และกว่า 60% มาจาก อมตะนคร ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงราว 50% ทำให้ยังคงรักษาระดับของผลประกอบการไว้ได้ ในขณะที่ผลประกอบการดำเนินงานปกติใน 2H57 มีโอกาสอ่อนตัวลง ขณะเดียวกันความคืบหน้าของการขายกองทุนอสังหาฯ REIT และ การนำ AMATA VN เข้าตลาดหลักทรัพย์อาจมีกำไรส่วนเพิ่ม ระดับราคาตลาดปัจจุบันเมื่อเทียบกับมูลค่าเหมาะสมที่เหลือ Upside อีกไม่มากนัก แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”
คงนํ้าหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด”
จากระดับราคาของกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 บริษัทปรับเพิ่มจากนับจากต้นปีโดยเฉลี่ย 28% HEMRAJ มีการปรับเพิ่มของราคามากสุด 38% รองลงมาคือ AMATA 33% และ ROJNA 12% เราคาดว่าการปรับเพิ่มของราคาดังกล่าวสะท้อนผลกระทบที่ไม่รุนแรงจากเหตุการณ์ทางการเมืองพอควร ทำให้ราคาปัจจุบันของ HEMRAJ และ ROJNA ใกล้เคียงกับราคาพื้นฐานเราประมาณการ ขณะที่เราคาดว่ายอดขายของกลุ่มที่ดินจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ทยอยกลับมา









