การเมือง-ศก.ชะลอ ไม่กระทบ!! "เกษมราษฎร์ มั่นใจรายได้โต 15%
“บีซีเอช” เผยปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจชะลอไม่กระทบธุรกิจ คนไข้ต่างชาติยังเดินทางมารักษา ชี้ส่วนใหญ่เป็นคนพม่าซึ่งมีเข้าใจสถานการณ์ในไทยดี มั่นใจรายได้ปีนี้โตตามเป้า 15% เตรียมจับมือร.พ.เอกชนประเทศเพื่อนบ้าน เป็นที่ปรึกษาการรักษาและส่งต่อผู้ป่วย หวังดันไทยเป็นอาจารย์ใหญ่ในกลุ่มซีแอลเอ็มวี
แม้สภาพแวดล้อมในปีนี้ “ไม่เอื้อ” ต่อการทำธุรกิจของภาคเอกชน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งกระทบต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว หรือการเดินทางของชาวต่างชาติ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล (ร.พ.) ที่ยังมีแนวโน้มสดใส จากจำนวนคนไข้ทั้งคนไทยและต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้นสวนทางภาวะตลาดรวม จนนักวิเคราะห์และโบรกเกอร์แทบทุกสำนักยกให้หุ้นกลุ่มร.พ.เป็น "ดาวเด่น" ที่นักลงทุนควรจะมีติดไว้ในพอร์ตการลงทุน
การเมือง-ศก.ชะลอไม่กระทบธุรกิจ
น.พ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการบริษัท บางกอก ฮอสปิทอล (BCH) ผู้บริหารโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ เวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ (WMC) และการุณยเวช เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ”ว่า ที่ผ่านมาปัญหาทางการเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฐานลูกค้าของโรงพยาบาลมากนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโรงพยาบาลในเครือของบีซีเอชไม่ได้อยู่ในพื้นที่การชุมนุม ขณะเดียวกันลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า ซึ่งมีความคุ้นเคยกับสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นอย่างดี
"ในช่วงที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้ อาจจะมีผลต่อการเดินทางเข้ามาของคนไข้ต่างชาติบางกลุ่ม ที่กังวลเรื่องความปลอดภัย แต่กลุ่มหลักๆ ยังไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งกลุ่มที่เดินทางเข้ามาไทยโดยเครื่องบิน และเดินทางข้ามด่านชายแดนเข้ามา รวมถึงกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย"
อย่างไรก็ดี จากภาวะทางเศรษฐกิจที่เติบโตลดลง ขณะที่การใช้จ่ายของภาครัฐและเอกชนต่างก็ชะลอตัว แต่เม็ดเงินที่ไหลเวียนอยู่ในระบบสุขภาพของประเทศยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการรักษาพยาบาลถือเป็นปัจจัย 4 ที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิต ดังนั้นไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจจะดี หรือไม่ดี หากเจ็บป่วยก็ต้องรักษา เห็นได้จากในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา การใช้จ่ายในระบบการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นถึง 10%
ใช้ 3 แบรนด์รุกตลาดบน-กลาง-ล่าง
โครงสร้างธุรกิจของบีซีเอช มีรูปแบบกิจการครอบคลุมทุกตลาดในประเทศ โดยตลาดบนใช้แบรนด์ "เวิลด์เมดิคอล เซ็นเตอร์" (ดับบลิวเอ็มซี) ตลาดกลางใช้แบรนด์ "เกษมราษฎร์" ขณะที่ตลาดล่างและระบบประกันตน จะอยู่ภายใต้แบรนด์ "การุณยเวช" ทำให้บีซีเอชมีรายได้กระจายตัวครอบคลุมทุกตลาด จึงได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ไม่มากนัก ปีนี้บริษัทคาดรายได้จะเติบโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 15%
ธุรกิจของบีซีเอชจะเน้นการขยายกิจการในประเทศเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายที่จะตอบสนองในทุกสัดส่วนตลาด ซึ่งบีซีเอชนับเป็นกลุ่มแรกที่มีการแยกสัดส่วนตลาดลูกค้าชัดเจน เพื่อจะได้จัดทำระบบการบริการ รองรับความต้องการของคนไข้ในแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม โดยโรงพยาบาลทุกแบรนด์ของบีซีเอชล้วนแล้วแต่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ซึ่งปัจจุบันคนไข้ระดับกลางและระดับบนซึ่งเป็นระบบการจ่ายด้วยเงินสด จะมีสัดส่วนรายได้กว่า 70% ขณะที่คนไข้ในในระบบประกันตน เช่นประกันสังคมจะมีสัดส่วนประมาณ 25-30%
ดันไทยเป็นอาจารย์ใหญ่ของซีแอลเอ็มวี
รูปแบบการขยายธุรกิจในประเทศของบีซีเอช มีทั้งการลงทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่ และการเข้าซื้อกิจการ โดยการซื้อกิจการนั้นจะเน้นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก เพราะเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น นอกจากนี้ยังจะมีการขยายไปในพื้นที่ที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติที่เดินทางข้ามชายแดนมา เช่น การเปิดคลินิกที่เป็นสาขาของโรงพยาบาลใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นต้น
“การลงทุนเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ของกลุ่มบีซีเอช จะเน้นการดึงลูกค้าเข้ามารักษาในไทย มากกว่าการไปตั้งร.พ.ในต่างประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะกฏ กติกาต่างๆ ยังไม่ชัดเจน โดยปัจจุบันบีซีเอชได้ทำเอ็มโอยูกับร.พ.เอกชนในพม่า ในการส่งต่อผู้ป่วยมารักษาในไทย รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาในการรักษา”
เขากล่าวว่า ในอนาคตจะขยายความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (CLMV : กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) เพิ่มเติมอีก โดยเกษมราษฎร์จะเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง หรือบริการให้คำปรึกษาในการรักษาพยาบาล โดยมีเป้าหมายเด่นชัดอยากให้ประเทศไทยเป็นอาจารย์ใหญ่ทางด้านการแพทย์ของกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี โดยประเทศที่มีแนวโน้มร่วมมือกันในอนาคตอันใกล้นี้คือเวียดนาม
เปิด 2 แนวคิดบริหารธุรกิจร.พ.
ตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่น.พ.เฉลิมบริหารธุรกิจโรงพยาบาลมา หลักการบริหารที่สำคัญคือ การบริหารความเปลี่ยนแปลง เพราะสถานการณ์รอบตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมถึงพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าหรือคนไข้ที่ปรับเปลี่ยน โรงพยาบาลซึ่งเป็นผู้ให้บริการจึงต้องรู้ถึงความต้องการของลูกค้าและจัดบริการทั้งสิ่งที่จำเป็น (Need) และสิ่งที่คนไข้ต้องการ (Want) ให้มากที่สุด ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคในระบบรักษาพยาบาลปัจจุบัน ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของทีมการรักษา แพทย์จำเป็นต้องให้ความรู้เรื่องโรค อธิบายกระบวนการ และขั้นตอนการรักษาอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจโดยตรงคือ การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี 2563 ทั้งในและต่างประเทศ โดยในต่างประเทศนั้น มีแนวโน้มว่าระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะรับภาระการจ่ายเงินเลี้ยงดูในประเทศไม่ไหว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือประเทศญี่ปุ่น โอกาสที่บรรดาผู้สูงอายุเหล่านี้จะโยกย้ายมาพักอาศัยในประเทศที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าจึงมีสูงมาก และประเทศไทยก็ถือว่าเป็นแหล่งพำนักชั้นดีที่เหมาะแก่การมาใช้ชีวิตหลังเกษียณ ทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตและการดูแลทางการแพทย์ บีซีเอชจึงมีแผนที่จะขยายการลงทุนในระบบการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างศึกษาโครงการ
อีกหลักการบริหารที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันก็คือ การดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ในฐานะผู้นำองค์กร "ในการทำงานสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ความรับผิดชอบ ในทุกภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพราะคนเราไม่ได้มีแค่บทบาทเดียว คนคนหนึ่งเป็นทั้งซีอีโอ สามี และคุณพ่อ เราต้องทำหน้าที่ในทุกบริบทให้ดีที่สุด”
โบรกเกอร์คาดกำไรปีนี้โต 27%
ด้านบล.ยูโอบี เคย์ เฮียน (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า ผลประกอบการของบีซีเอช จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้เป็นต้นไป และรายได้ทั้งปีจะเติบโต 15% ส่วนกำไรสุทธิจะมีการเติบโต 27% ส่วนปีหน้ารายได้และกำไรจะมีการเติบโตในระดับ 17% และ 40% ตามลำดับ
โดยผลการดำเนินงานของดับบลิวเอ็มซี จะถึงจุดคุ้มทุนในช่วงสิ้นปี แต่ก็ยังรับรู้การขาดทุนสุทธิ 150 ล้านบาทในปี 2557 แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลขาดทุนสุทธิที่ 280 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าดับบลิวเอ็มซีจะรับรู้กำไรสุทธิครั้งแรกในปี 2558 และจากประสบการณ์ในการรักษาคนไข้ ประกันสังคมของบีซีเอชที่มีมาอย่างยาวนาน ทำให้คาดว่าผลประกอบการของนวครการแพทย์ จะพลิกกลับมารับรู้กำไรในปีนี้ประมาณ 25 ล้านบาท
ทั้งนี้คาดว่าบีซีเอชจะขยายจำนวนโรงพยาบาลสำหรับผู้มีรายได้ระดับกลางและล่างให้มากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มคนไข้ในระบบประกันสังคม และใช้เครือข่ายโรงพยาบาลเดิมที่มีอยู่ ปรับปรุงรูปแบบการให้บริการ หันไปรองรับการรักษาผู้ป่วยเงินสดในกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลาง ซึ่งให้กำไรที่สูงกว่าระบบประกันสุขภาพของภาครัฐ โดยท้ายที่สุดแล้วบีซีเอชจะเป็นกลุ่มธุรกิจร.พ.ที่มีขีดความสามารถในการให้บริการคนไข้ครอบคลุมทุกกลุ่มรายได้ของประเทศ









