วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

กรณี “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ต้องยืนปิดเหนือ 1,395 จุดให้ได้ ต่ำกว่าถือเป็นสัญญาณขาย

SET View

- ประเด็นหลักวันนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (18-24 เม.ย.2557) ตลาดหุ้นโลกจะยังคงมีกระแสเงินทุนไหลเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันอีกราว 2.9 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นในกลุ่มกำลังพัฒนา (Emerging Market) ยังคงยืนยันสัญญาณ “Contrarian Buy” ต่อเนื่อง โดยมีเงินทุนไหลเข้าเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันอีก 0.4 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ในส่วนของตลาดหุ้นกลุ่ม TIP มีเงินทุนไหลเข้าราว 471 ล้านดอลลาร์ โดยที่ตลาดหุ้นไทยมีกระแสเงินทุนไหลเข้าอีก 179 ล้านดอลลาร์ เทียบกับอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ที่มีเงินทุนไหลเข้า 158 และ 134 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ ดังนั้นเราประเมินว่าตราบใดที่ SET ยังไม่หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,395 จุด แนวโน้มระยะ 1-2 สัปดาห์ยังคงเป็นไปในลักษณะของการแกว่งตัวขึ้นในกรอบ 1,395-1,430 และ 1,430-1470 จุดได้ อย่างไรก็ดีเงื่อนไขที่เรายังคงแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวัง คือกรณีที่ SET หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่า Uptrend Line บริเวณ 1,395 จุด ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงจะส่งผลให้ SET มีโอกาสที่จะลงไปแกว่งตัวสร้างฐานในกรอบ 1,330-1,300 จุดอีกครั้งใน พ.ค.2557

- ปัจจัยสำคัญที่เราแนะนำให้ติดตามในสัปดาห์นี้คือการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธ (30 เม.ย.2557) โดยที่ตลาดตั้งความหวังว่าอาจจะได้เห็นการส่งสัญญานกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งของ BOJ และมุมมองต่อนโยบายดอกเบี้ยที่ชัดเจนจากเฟด ซึ่งกรณีที่ตลาดผิดหวัง และนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิต่ำกว่า 1,395 จุดอีกครั้งในเวลาเดียวกัน จะเป็นจุดเปลี่ยนให้ SET มีโอกาสเกิด “Sell in May and Go Away” อีกครั้งใน พ.ค.2557 เนื่องจากสถิติ 5 ปีล่าสุด (2552-2556) พบว่าตลาดหุ้นไทยในเดือน พ.ค. มีระดับ Winner Percentage ที่ต่ำมากเพียง 20% เท่านั้น ขณะที่โดยเฉลี่ยพบว่านักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิออกมาในช่วง พ.ค. มากที่สุดของปีราว 1.7 หมื่นล้านบาท

- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,395 จุดได้ แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” โดยมี 1,395 จุดเป็นจุด Cut Loss ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART ซึ่งตั้งแต่แนะนำ 4 ก.พ.2557 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +21.1% เทียบกับ SET ที่ +9.9%