สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ป่วน หลังหลายบริษัทหลักทรัพย์ไม่ไปร่วมประชุม เหตุไม่รับฟังเสียงที่ประชุม ด้านบล.กสิกรไทยรับ สงครามค่าคอมเริ่มดุเดือด
แหล่งข่าวบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า การแข่งขันธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ ที่มีความรุนแรงมากขึ้น และมีการแย่งชิงตัวเจ้าหน้าที่การตลาด ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งในสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ โดยปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์บางราย ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการประชุม หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับสมาคม ทำให้เกิดปัญหาทั้งที่บริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ทำตามหลักการ และมีการให้ความร่วมมือกับสมาคม
ทั้งนี้การประชุมสมาคมโบรกเกอร์หลายครั้ง มองว่า เป็นการคุยกันเองของโบรกเกอร์รายใหญ่ และเมื่อได้ข้อตกลง ก็จะแจ้งกับสมาชิก ไม่มีการรับฟังความคิดเห็นในที่ประชุม จึงมีสมาชิกจำนวนหนึ่งไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรม
ด้านนายธิติ ตันติกุลานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณของบริษัทหลักทรัพย์ มีการแข่งขันค่าธรรมเนียมกับนักลงทุนสถาบันมากขึ้น หลังจากที่นักลงทุนรายบุคคล เริ่มมีการซื้อขายลดลง
"การแข่งขันค่าธรรมเนียมที่ให้บริการกับนักลงทุนสถาบันเริ่มมีมา 2-3 ปีแล้ว แต่เริ่มรุนแรงขึ้นในระยะหลัง หลังจากที่ตลาดเริ่มซบเซา ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางเดียวกับภาพของตลาดหุ้นที่ยังเห็นว่า นักลงทุนสถาบันเป็นฝ่ายซื้อสุทธิมาโดยตลอด"
สาเหตุที่บริษัทหลักทรัพย์ หันมาแข่งเรื่องค่าธรรมเนียมนักลงทุนสถาบันมากขึ้น เพราะนักลงทุนสถาบันมีวอลุ่มการซื้อขายที่สูงมาก โดยค่าธรรมเนียมของนักลงทุนสถาบัน ในอุตสาหกรรมอยู่ที่ 0.10-0.20% ขึ้นอยู่กับจำนวนของวอลุ่มนักลงทุนสถาบันรายนั้น นอกจากมีการแข่งขันในด้านค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์แล้ว ยังพบว่ายังมีการแข่งขันเรื่องการบริการข้อมูลในด้านปัจจัยพื้นฐานของแต่ละหลักทรัพย์ ซึ่งนักลงทุนสถาบันในประเทศ จะเก็บข้อมูลถึงความแม่นยำของแต่ละโบรกเกอร์ ซึ่งมีการจัดอันดับความแม่นยำไว้ หากมีความผิดพลาดในการวิเคราะห์พื้นฐานจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขายทันที
ปัจจุบันนี้ มีมูลค่ากรซื้อขายต่อวันที่ผ่าน บล.กสิกรไทย ประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท ปรับตัวลดลง จากปีก่อนที่มีมูลค่าการซื้อขาย 4,000 ล้านบาทต่อวัน ปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนักลงทุนสถาบัน 10% โดยกลยุทธ์ปีนี้ จะเสริมศักยภาพด้านการให้บริการนักลงทุนสถาบันคือ เพิ่มคุณภาพการทำบทวิเคราะห์มากขึ้น และเพิ่มจำนวนหุ้นที่ทำบทวิเคราะห์จากเดิมที่ 120 หลักทรัพย์ เป็น 140 หลักทรัพย์
สำหรับเป้าหมายในการดำเนินงานของ บล.กสิกรไทย ปีนี้ แม้ภาพตลาดจะมีแนวโน้มไม่ดีเท่ากับปี 2556 ที่มีปัจจัยพิเศษจากปริมาณการซื้อขายที่มากกว่าปกติ แต่เชื่อว่าผลการดำเนินงานยังดีกว่าปี 2555 ปัจจุบันบริษัทมีบัญชีลูกค้าทั้งหมด 2 หมื่นบัญชี มีบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวเป็นประจำ 40% โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มบัญชีอีก 2 หมื่นบัญชี จะผลักดันให้บัญชีลูกค้าในปีนี้ทะลุ 40,000 บัญชีได้ ซึ่งกลยุทธ์ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนให้ถึงเป้าหมาย โดยใช้ความเป็นบริษัทแม่ของธนาคารกสิกรไทยช่วยสนับสนุน พร้อมให้ลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ดึงลูกค้าของธนาคารมาเป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ด้วย
ส่วนงานด้านวานิชธนกิจปัจจุบันบริษัทมีบริษัทที่จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรก มีมาร์เก็ตแค็ปรวมกันประมาณ 60,000 ล้านบาท โดยจะเข้าทำการซื้อขายในปีนี้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท จะเริ่มเห็นในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัทในปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการเป็นนายหน้าการค้าขายหลักทรัพย์ 90% และธุรกิจอื่นๆ 10% ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าจะลดสัดส่วนการพึ่งพาธุรกิจนายหน้าหลักทรัพย์ลงเหลือ 83% ให้ได้ในปี 2558









