สคบ.เดินแผนรุกตรวจโครงการ ลดปัญหาฟ้องร้องอสังหาฯ กรณีไกล่เกลี่ย 1,100 เคส 80% จะยุติที่การเจรจาไกล่เกลี่ย อีก 20% ฟ้องกัน
สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สรุปปัญหาร้องเรียนที่ผ่านๆ มา 3 ปีต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ปัญหาหลักอยู่ที่บ้าน คอนโดมิเนียม หรืออสังหาริมทรัพย์ รองลงไปคือ รถยนต์ แนวทางแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้บริโภคจะเป็นอย่างไร ต้องฟังจาก "อำพล วงศ์ศิริ" เลขาธิการ สคบ. และพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ในรายการ Business Talk ทีวีดิจิทัล ช่อง NOW 26
อำพล กล่าวว่า บ้านมีปัญหามาก เพราะเป็นปัจจัยหลัก จากเดิมมนุษย์เงินเดือนหาบ้านในวงเงินที่เหมาะกับกำลังซื้อ แต่มีโครงการรถคันแรกก็หันไปซื้อรถ ทำให้แบงก์ไม่ปล่อยวงเงินกู้ซื้อบ้าน แต่วางมัดจำจองแล้วจะขอคืน ซึ่งโครงการคืนให้ไม่ได้ จากสัญญาเขียนไว้ชัดหากไม่ใช่ความผิดของผู้ประกอบการ แม้ผู้บริโภคร้อง สคบ. ก็ช่วยไม่ได้เนื่องจากสัญญาเขียนไว้ชัดเจน มีกฎหมายรับรอง
พรนริศ กล่าวถึงปัญหาเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ว่า 3 สมาคมหลักที่ดูแลเรื่องเหล่านี้คือ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ สมาคมบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย เป็นสมาคมการค้า ไม่มีอำนาจทางกฎหมาย แต่ถ้ามีปัญหาจะพูดคุยเป็นส่วนตัว ตักเตือนในสมาคม ไม่มีบทลงโทษ
"ที่ยึดดาวน์ ยึดมัดจำ อสังหาไม่อยากทำ ยกเว้นประเภทฮอตเคสจริงๆ แย่งกันจอง บางรายมาจองดักไว้เพื่อเก็งกำไร พอถึงเวลาเรียกมาทำสัญญาก็ไม่มา ผู้ประกอบการก็เสียโอกาส จะทำตลาดใหม่ให้คนแห่มาใหม่ก็ยาก เพราะเป็นที่รับทราบกันว่าโปรเจคนี้ขายไปหมดแล้ว ต้องเสียต้นทุนทำตลาดอีก หรือไม่ไปลงบัญชีภาษีแล้ว ต้องคุยกับสรรพากรก็ยากอีก ลงบัญชีแล้วก็ต้องเสียภาษี"
ส่วนการส่งมอบล่าช้านั้น เขายอมรับว่า เป็นไปได้ เพราะปีที่ผ่านมาแย่งกันขาย แย่งกันสร้าง ทั้งผู้รับเหมา และแรงงานไม่มี ทำให้เกิดการล่าช้า แต่ถ้าสร้างแล้วไม่ได้คุณภาพต้องดูว่ามาตรฐานคุณภาพประมาณไหน จะให้ 100% คงเป็นไปยาก แต่เท่าที่คุยกับสมาชิก 4-500 ยูนิตโอนไปได้ เหลืออยู่ 2 ยูนิตบอกว่าไม่ดี ก็พูดยาก เพราะรายอื่นว่าพอได้ก็รับหมด ซึ่งต้องยุติธรรมทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นเคสไม่สร้างเลยถือว่าผิดแน่นอน อีกเคสหนึ่งคือ ขายไปแล้ว สิ่งแวดล้อมไม่ผ่าน ต้องคืนเงิน โครงการคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย แต่ลูกค้าไม่พอใจต้องการค่าเสียโอกาสที่ไม่ได้ไปจองโครงการอื่น
"การร้องเรียนเข้ามาที่สมาคมมีทั้งสองฝ่าย ฝั่งผู้สร้างก็เป็นเรื่องผู้ซื้อไม่มีเจตนาจะโอนสักที อาจซื้อเก็ง ซื้อรอขายต่อ ไม่ตรวจรับ หรือตรวจรับก็มี 20 รายการ 3 หน้ากระดาษไม่จบ ส่วนที่ผิดจริงๆ ก็มี สร้างไม่ได้เรื่อง สร้างด้วยวัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานก็มี ถ้าตักเตือนแล้วไม่เชื่อก็ต้องดำเนินการทางกฎหมาย หมายถึงทางลูกค้าต้องฟ้องคดีกัน"
ทั้งนี้ ทางสมาคมได้ผลักดันมานานที่จะให้การควบคุมดีขึ้น โดยออกเป็นกฎหมาย แต่รัฐบาลที่ผ่านๆ มา มองว่าเป็นกฎหมายที่ยังห่างไกลต่อการบริหารประเทศ แต่ถ้าช่วงนี้ว่างๆ ก็น่าจะมาหารือกันว่าจะทำอะไรได้บ้าง ถ้ารัฐบาลใหม่มาเร็วก็ทำให้ดีขึ้น รับเออีซีที่จะทำให้เกิดการขยายตัวอีกมาก ถ้าฐานไม่แน่นเช่นนี้จะเกิดปัญหาได้ ซึ่งหากผลักดันจากวิชาชีพนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์ เป็นพระราชบัญญัติ ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
อำพล กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่สมาคมอสังหาฯจะมีมาตรการคุมกันเอง โดยมีกฎหมาย หรือใบอนุญาตเป็นตัวควบคุม มีบทลงโทษแก่ผู้ประกอบการที่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค มีมาตรการแซงชั่นทางสังคม หรือกฎหมายเอาผิด
"สคบ. มีกฎหมายที่จะเอาผิดแก่ผู้เอาเปรียบผู้บริโภคให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ใน 1,104 ราย ที่ร้องเข้ามา เป็นเรื่องชำรุดบกพร่อง 60% หรือ 5-600 ราย ส่งมอบแล้วมีปัญหาบ้านร้าวบ้าง บ้านทรุดบ้าง หรือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องไปดูตามสัญญา หากไม่ได้มาตรฐานจริงต้องนำ 2 ฝ่ายมาคุยกัน จะเยียวยา จะซ่อมแซมให้ผู้บริโภคได้อย่างไร หากสองฝ่ายตกลงกันได้ก็จบเรื่อง"
เมื่อรับเรื่องแล้ว ต้องตรวจสอบก่อนว่า ผู้บริโภคเดือดร้อนจริงหรือไม่ เป็นผู้เสียหาย ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อมา และต้องมาหา สคบ. โดยเจตนาบริสุทธิ์ ถ้าซื้อมาเพื่อไปขายต่อไม่ใช่ผู้บริโภค ผู้ร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมจริงๆ จากนั้นเชิญผู้ร้องเรียนมาสอบ แล้วเชิญผู้ประกอบการแก้ไข เจรจา แล้วไกล่เกลี่ยกัน หากตกลงกันได้ก็เป็นอันยุติ
"แต่ถ้าถึงขั้นไกล่เกลี่ย 2-3 ครั้งก็ยุติไม่ได้ และผู้ร้องจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดก็ต้องฟ้องศาล โดย สคบ. รับเป็นโจทย์ กรณีไกล่เกลี่ย 1,100 เคส 80% จะยุติที่การเจรจาไกล่เกลี่ย อีก 20% ฟ้องกันก็เกือบทั้ง 100% ผู้บริโภคมักจะชนะ แต่ใช้เวลาเกือบ 2-3 ปี"
ล่าสุด สคบ. ทำงานเชิงรุก ไม่ต้องรอร้องเรียนแล้วเข้าไปตรวจสอบ แต่ใช้หน่วยเคลื่อนที่ที่มีไปสุ่มตรวจโครงการ โดยเฉพาะโครงการของบริษัทที่มีสถิติการร้องค่อนข้างสูง เข้าไปดูระหว่างก่อสร้างโดยไม่แจ้งล่วงหน้า หรือแจ้งเพียง 1 วันเพื่อขอเอกสาร สร้างความมั่นใจแก่ผู้สร้างและผู้ซื้อ









