ที่อยู่อาศัยใหม่จดทะเบียนเดือน ก.พ. ฟื้นตัว 69% MoM
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) แจ้งยอดตัวเลขที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ เดือน ก.พ. ที่ 7.3 พันหน่วย เพิ่มขึ้น 69% MoM โดยโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ เพิ่มขึ้นในระดับใกล้เคียงกันที่ 25% MoM ส่วนคอนโดมีเนียมหรืออาคารชุดมีจำนวน 2.7 พันหน่วย เพิ่มขึ้น 201% MoM ทำให้สัดส่วนที่อยู่อาศัยจดทะเบียนใหม่ของอาคารชุดปรับเพิ่มเป็น 37% บ้านเดี่ยว 36% และทาวน์เฮาส์ 13% ซึ่งเมื่อเทียบกับรายปีทุกประเภทที่อยู่อาศัยมีตัวเลขเติบโตเฉลี่ย 31%
มค.-กพ.57 ยอดจดทะเบียนเติบโต 25% YoY
จำนวนที่อยู่อาศัยจดะเบียนใหม่สะสมในเดือน ม.ค.- ก.พ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลมีจำนวน 1.1 หมื่นหน่วย เพิ่มขึ้น 25% YoY โดยโครงการคอนโดมีเนียมเพิ่มขึ้นถึง 60% YoY ขณะเดียวกันที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงเติบโต จากบ้านเดียวเพิ่มขึ้น 15% YoY และทาวน์เฮาส์เพิ่มขึ้น 44% YoY โดยรวมที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบยังคงมีสัดส่วน 59% ซึ่งมากกว่าคอนโดมีเนียม และเกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯ มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เราคาดว่าในเดือน มี.ค. จะมีจำนวนที่อยู่อาศัยจดทะเบียนในจำนวนที่เติบโตมากขึ้น จากยอดขายของกลุ่มผู้ประกอบการที่เริ่มฟื้นตัวในเดือน มี.ค.ทำให้ยอดขอจดทะเบียนใน 1Q57 จะเติบโตพอควรเมื่อเทียบกับรายปี
LPN มีปัจจัยลบจากผลประกอบการและรอผล EIA
เราคาดว่าผลประกอบการของ LPN ใน 1Q57 จะมีแนวโน้มที่อ่อนตัวทั้งรายไตรมาสและรายปี สาเหตุจากการรับรู้รายได้ที่อ่อนตัวลงจากงานในมือโดยคาดในเบื้องต้นจะมีรายได้ราว 2.2 พันล้านบาท ประกอบกับการบันทึกรายได้มาจากโครงการ Condo –Town ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า 30% จากสาเหตุดังกล่าวทำให้มีกำไรสุทธิที่ปรับลด ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม คือโครงการขนาดใหญ่ Lumpini Township รังสิต ที่อยู่ระหว่างการขออนุมัติ EIA ซึ่งกรณีที่ยังไม่สามารถได้รับการอนุมัติภายในเดือน เม.ย 57 จะมีผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ราว 2 -3 พันล้านบาทที่คาดว่าจะบันทึกใน 4Q56 จะถูกเลื่อนออกไปและจากระดับราคาปัจจุบันที่สูงกว่ามูลค่าพื้นฐานเราแนะนำขายทำกำไร
SPALI ยังคงเป็นหุ้นเด่น
เราคาดว่ายอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนในเดือน มี.ค. จะฟื้นตัวขึ้นจากความกังวลต่อความเสี่ยงทางการเมืองที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงปลายปีที่แล้ว อย่างไรก็ดีวันหยุดที่ค่อนข้างมากในเดือน เม.ย. อาจทำให้ยอดขายและยอดจดทะเบียนของกลุ่มผู้ประกอบการอ่อนตัว แต่คาดว่าจะทำได้ดีขึ้นในช่วงเดือน พ.ค. - มิ.ย. กรณีการเมืองยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรง โดยเราเลือกให้ SPALI เป็นหุ้นเด่นแนะนำลงทุนในระยะยาว จากงานในมือที่รองรับรายได้สูงกว่ากลุ่มและการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ และแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นสำหรับ AP จาก Dividend Yield 4.5% (จ่ายปันผล 0.25 บาทต่อหุ้น) ของผลประกอบการปี 56 ที่ขึ้น XD วันที่ 6 พ.ค.และ SIRI จากคาดหมายผลประกอบการ 1Q57 ฟื้นตัวเทียบรายปี และมี กำไรพิเศษจากขายสินทรัพย์ราว 500 – 600 ล้านบาท









