การเมืองกดดันเช่าซื้อหดแรง ทิสโก้รับสินเชื่อทั้งปีนี้ ชะลอตามยอดขายรถ อาจไม่โต
ผลกระทบจากโครงการรถคันแรก ส่งผลต่อธุรกิจเช่าซื้อในปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก และปีนี้ทิศทางเศรษฐกิจชะลอตัวจากการบริโภคการลงทุนลดลง ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมือง ทำให้ธุรกิจเช่าซื้อยังคงได้รับแรงกดดันต่อเนื่อ'
โดยนางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ ยอมรับว่าปีนี้ทิศทางเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าที่คาดไว้ในปลายปีก่อนค่อนข้างมาก จากเดิมที่คิดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้แรงหนุนจากภาคการส่งออก ที่ได้อานิสงส์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการลงทุนโครงการ 2 ล้านล้านบาทที่จะมีการลงทุนตามมา
ทั้งนี้แม้การใช้จ่ายจะอ่อนตัวลงบ้างจากสถานการณ์หนี้ครัวเรือน แต่เมื่อมีเหตุไม่สงบทางการเมืองเข้ามา ทำให้การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทไม่สามารถเกิดได้ หากส่งออกกลับมาฟื้นตัว เศรษฐกิจไทยปีนี้ก็น่าจะโตได้ 3%
เธอมองว่าธุรกิจเช่าซื้อยังได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่า เนื่องจากได้แรงกระชากของกำลังซื้อที่ถูกดึงไปใช้ล่วงหน้าไป 1-2 ปีแล้ว จากโครงการรถคันแรกที่ทำให้ตลาดรถยนต์ปีนี้หดตัวกว่าที่คิดไว้มาก โดยล่าสุดค่ายรถต่างมีการปรับคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ลงเหลือ 1 ล้านคัน และอาจต่ำกว่านั้นเนื่องจากในช่วง 2-3 เดือนแรกของปี ยอดขายรถยนต์ยังอยู่ในหลักหมื่นคันต่อเดือนเท่านั้น
“เศรษฐกิจในขณะนี้เป็นแค่การพักตัว แค่หยุดพักไม่ใช่หยุดนิ่ง อยู่ที่การเมืองจะชัดเมื่อไร นักลงทุนส่วนหนึ่งก็เริ่มคุ้นชินกับการเมืองบ้านเราระดับหนึ่ง แต่ยอมรับว่าส่วนใหญ่ยังไม่แน่ใจ เศรษฐกิจโลกมีภาพที่ดีขึ้น จึงมีแรงดึงจากข้างนอก จึงอยู่ที่เราเองจะทำตัวดีรับแรงดึงได้หรือไม่”
สำหรับผลกระทบที่มีต่อการขยายสินเชื่อในปีนี้ อรนุชถือว่ารุนแรงกว่าที่คิดไว้ โดยทำให้สินเชื่อในไตรมาสแรกไม่ขยายตัวเลย และอาจจะหดตัวลงอีกด้วย สาเหตุหลักมาจากสินเชื่อเช่าซื้อที่ชะลอตัวลงตามยอดขายรถในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้คาดว่าสินเชื่อของธนาคารในปีนี้ จะเติบโตเหลือเลขหลักเดียวหรือประมาณ 8-9% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี จากเดิมที่มองไว้ว่าจะเติบโตได้ 10%
แม้ว่าในเดือนมี.ค.นี้จะมีงานมอเตอร์โชว์ก็ตาม แต่เชื่อว่าจะไม่สามารถกระตุ้นตลาดกลับมาได้ โดยในช่วงที่เหลือของปีสถานการณ์ไม่ดีขึ้น เป็นไปได้ว่าสินเชื่อของธนาคารจะไม่โตเลย ซึ่งธนาคารจะทบทวนเป้าหมายสินเชื่ออีกครั้งใน 2-3 เดือนข้างหน้า
"ผ่านมา 3 เดือนยังหงอยและถอยลง ปัญหาคือตอนนี้คนซื้อยังไม่กลับมาปกติ ตัวหลักๆ ที่ดึงคือเช่าซื้อรถใน 3 เดือนแรกลดค่อนข้างแรง เพราะยอดซื้อรถหายไปมาก ส่วนหนึ่งเพราะแรงซื้อล่วงหน้าจากโครงการรถคันแรกและปัจจัยด้านการเมือง มอเตอร์โชว์ไม่ช่วยเลย ธุรกิจแบงก์ก็ลดระดับหนึ่ง ภาพรวมตลาดรถปีนี้ยอดขายคงลดเหลือไม่ถึง 1 ล้านคัน เพราะ 3 เดือนแรกขายแค่หลักหมื่น เราคงต้องรอดูอีก 2 เดือน หากยังแย่ก็อาจปรับเป้าลงบ้างเป็นไม่โตเลย"
อย่างไรก็ตามในแง่ของคุณภาพสินเชื่อ เธอกล่าวว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังเข้าไปดูแลพอร์ตช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ราคารถทั้งรถใหม่และรถมือสองเริ่มนิ่ง จากที่ปรับลดลงไปในปีที่ผ่านมา โดยรถมือสองราคาปรับลง 30% รถใหม่ลง 10-15% ทำให้มูลค่าหลักประกันลดลง และประสบผลขาดทุน ทั้งที่คุณภาพหนี้ไม่ได้แย่มาก
แต่ราคารถในขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะต้องรอให้บรรยากาศโดยรวมปรับตัวดีขึ้น ราคารถจึงจะปรับเพิ่มขึ้นมาในระดับปกติ โดยเฉพาะปัจจัยด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ที่จะสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคจึงจะหนุนราคารถใหม่ให้เป็นปกติก่อน จากนั้นราคารถมือสองจึงจะปรับตามมา
นางอรนุชกล่าวว่า แม้ว่าสินเชื่อไม่เติบโตแต่ในช่วง 3 เดือนผ่านมา ความสามารถในการทำกำไรยังอยู่ในระดับที่ดี เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำให้ผลประกอบการไตรมาสแรกยังทรงตัวอยู่ได้ รายได้ดอกเบี้ยของธนาคารปรับตัวดีขึ้น ต้นทุนการเงินลดลง ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับความต้องการสินเชื่อในระบบที่ลดลง ทำให้ธนาคารไม่ต้องเร่งระดมเงินฝาก
โดยในปีที่ผ่านมาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 2% ขณะที่สินเชื่อที่ปล่อยไปก่อนหน้านี้ยังหนุนรายได้ดอกเบี้ยได้อยู่ ประกอบกับคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้นก็ช่วยได้ รวมถึงการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม ทำให้ภาพรวมตลอดทั้งปีนี้รายได้ของธนาคารคงทรงตัวหรืออ่อนตัวลงได้เล็กน้อย
นางอรนุชกล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้นต้องปรับตัวไปให้ได้กับภาวการณ์เช่นนี้ โดยจะเน้นรายได้ค่าธรรมเนียมมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อคงไม่ปรับเปลี่ยนมากนัก โดยปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อคิดเป็น 70% ของพอร์ตรวม และยังคงเน้นสินเชื่อที่สร้างผลตอบแทนสูงเช่นสินเชื่อจำนำทะเบียน หรือสินเชื่อรถแลกเงิน
ขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่มีการลงทุนลดลงแต่ยังไปได้ ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอียังน่าห่วงในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เพราะความคงทนสู้ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้ ซึ่งการเติบโตของธนาคารจะยังคงมุ่งเน้นทั้ง 4 สายงานหลักประกอบไปด้วย รายย่อย รายใหญ่ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และสายบริหารจัดการและกำกับ









