วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พีดีเฮ้าส์'ลุ้นการเมืองจบ ยันไม่ลดเป้า2พันล้าน

"พีดีเฮ้าส์"ชี้อสังหาฯ รับสร้างบ้านกทม.และปริมณฑลซึมยาว หลังเจอการเมืองพ่นพิษ เผยปี57 บริษัทฯเดินหน้าตามแผน 5 ปี ด้วยเป้ายอดขาย 2 พันล้าน

นางมาลี สุวรรณสุต รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดี เฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งของสองขั้วอำนาจทางการเมืองที่มีมากว่าสี่เดือน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะยุติลงเมื่อใด ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายอยากเห็นความขัดแย้งยุติลงโดยเร็วที่สุด เพราะมิฉะนั้นแล้วเศรษฐกิจของประเทศ อาจเสียหายจนยากจะฟื้นคืนกลับมา ซึ่งภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรับสร้างบ้านนั้น ผู้ประกอบการต่างก็ได้รับผลกระทบ มาตั้งแต่ช่วงไตรมาสสี่ปีที่แล้วต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการชุมนุมประท้วง ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งในพื้นที่ภาคใต้บางจังหวัด ส่งผลให้จำนวนลูกค้าที่มาติดต่อหรือเยี่ยมชมโครงการและยอดขายบ้านลดลงอย่างน่าใจหาย

ในส่วนของผู้ประกอบการรับสร้างบ้านชั้นนำ ที่แข่งขันอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นก็ได้มีการปรับตัวเอง ซึ่งมีทั้งปรับลดค่าใช้จ่ายและลงทุนเพิ่ม เพื่อเป็นการลดและกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ รวมทั้งหาช่องทางขยายสู่โอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ทั้งนี้พบว่ากลยุทธ์หรือแนวทางหลักๆ ที่ผู้ประกอบการนำมาใช้กันคือ 1.)การขยายสาขาออกไปในภูมิภาคหรือต่างจังหวัด 2.)ปรับการใช้สื่อโฆษณาจากเดิมที่นิยมใช้สื่อหลักมาเป็นสื่อท้องถิ่นแทน 3.)เพิ่มการให้บริการสร้างบ้านในรัศมีไกลจากที่ตั้งสำนักงานมากขึ้นหรือมากกว่า 100-200 กม. อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของกลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าวก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะต้องเผชิญกับแรงเสียดทานจากคู่แข่งในท้องถิ่น ซึ่งปักหลักทำตลาดในพื้นที่แต่ละจังหวัดอยู่ก่อนแล้ว

ปี 2557 นี้แผนการรุกขยายตลาดของบริษัทฯ อาจดูสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งเป้ายอดขายบ้านที่ตั้งไว้สูงถึง 2,000 ล้านบาท และเป้าขยายสาขาใหม่อีก 10-12 แห่ง โดยที่ทั้งสองส่วนมีความสัมพันธ์กัน และเกิดจาก โรดแมป หรือแผนธุรกิจที่บริษัทฯ วางไว้ 5 ปีก่อนหน้านี้ ว่าด้วยการลงทุนและการขยายตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถรุก-รับกับการเปิดรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี โดยบริษัทฯ ยังมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามแผนฯ และเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้ง 2 ส่วน ด้วยจำนวนสาขาที่มีอยู่เกือบ 40 แห่งหรือมากเป็นอันดับ 1 และกระจายอยู่ทุกภูมิภาค ทำให้บริษัทฯ สามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศมากกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ ดังนั้น แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะไม่เอื้อต่อกำลังซื้อเท่าไรนัก แต่บริษัทฯ ก็ยังไม่ปรับลดเป้าที่ตั้งไว้ลงจากเดิม