FX Loss และค่าการกลั่นที่ลดลง ฉุด 4Q56 ขาดทุน
ธุรกิจการกลั่นที่อ่อนแอ กระทบผลประกอบการ 4Q56
ผลประกอบการ 4Q56 เป็นไปตามมุมมองของเรา แม้จะมีขาดทุนที่น้อยกว่าที่เราประเมินไว้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก Margin (P2F) ของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีจะปรับเพิ่มถึง 16%QoQ (ดีกว่าที่เราคาด) อย่างไรก็ตามปัจจัยบวกดังกล่าวถูกลดทอนด้วยค่าการกลั่นที่ลดลงจาก 5 เหรียญ เหลือ 1.9 เหรียญต่อบาร์เรล ทำให้ Margin รวมทุกธุรกิจ (Market GIM) ลดลงเหลือ 4.9 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 38%QoQ และทำให้กำไรปกติ 4Q56 ลดลง 96%QoQ บริษัทมีการรับรู้ Stock Gain และกำไรจากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง แต่ถูกลดถอนจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 3 พันล้านบาท ทำให้ผลการดำเนินงานพลิกจากกำไรสุทธิ 7.6 พันล้านบาท ใน 3Q56 เป็นผลขาดทุน 14 ล้านบาทใน 4Q56
ปรับลดสมมติฐานค่าการกลั่น คาดกำไรปกติปี 57 ลดลง 5%YoY
เราปรับลดสมมติฐานค่าการกลั่นปี 2557 ลงจาก 4.5 เหรียญ เหลือ 4 เหรียญต่อบาร์เรล จากความกังวลที่มีกำลังการกลั่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรปกติลดลง 8% จากประมาณการเดิม เหลือ 9.1 พันล้านบาท ผลประกอบการปี 2557 มีแนวโน้มลดลงจากความกังวลที่มีต่อกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการเติบโตของ Demand ทั้งธุรกิจการกลั่นและธุรกิจปิโตรเคมี จะเป็นปัจจัยกดดัน Margin ของธุรกิจในปี 2557
ยังคงให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 4% ต่อปี
TOP ประกาศจ่ายเงินปันผล สำหรับผลประกอบการ 2H56 ในอัตรา 1.50 บาทต่อหุ้น ทำให้ทั้งปี 2556 TOP จ่ายเงินปันผลรวม 2.30 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 26 ก.พ. และจ่ายเงินปันผลวันที่ 30 เม.ย. โดยการจ่ายเงินปันผล 2H56 ให้อัตราผลตอบแทน 2.8% ขณะที่ในปี 2557 เราคาดว่า TOP จะจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 2 บาท ให้อัตราผลตอบแทน 4%
ราคาหุ้นปรับลงเป็นจังหวะที่ดีต่อการลงทุน
เราเชื่อว่าราคาหุ้น TOP ที่ลดลง15% ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนความเสี่ยงจากภาวะอุปทานส่วนเกินในปี 2557 ของธุรกิจหลัก แต่เรามองว่าความเสี่ยงเริ่มจำกัดแล้ว ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” แม้จะมีการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 และปรับลดมูลค่าเหมาะสมลงเหลือ 65 บาท จากการประเมินด้วยวิธี DCF เทียบ PER ที่ 14.6 เท่า และ PBV ที่ 1.4 เท่า









