วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อมตะหวั่นต่างชาติโยกลงทุนประเทศคู่แข่ง

อมตะโอดการเมืองกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ หวั่นลูกค้ารายใหม่ที่เข้ามาปีละ 30-40% หดหาย แถมดีลใหญ่ยังอาจจะชะลอการเซ็นสัญญา

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น (AMATA) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศขณะนี้ กระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามาลงทุนในไทย จึงไม่เข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองของไทย แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจน

เขาเพิ่มเติมว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ เป็นห่วงว่าจะกระทบกับลูกค้ารายใหม่ของบริษัท ที่ทุกปีจะมีเข้ามาประมาณ 30-40% โดยลูกค้าที่เป็นนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ของบริษัท ยังคงเป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีมาจากทางยุโรป สหรัฐและจีน ซึ่งในส่วนของนักลงทุนจีนนั้นในช่วง 3-4 ปีมานี้เข้ามามีบทบาทในการลงทุนในไทยมากขึ้น

"ถ้าปัญหาการเมืองยังยาวต่อไป กระทบกับลูกค้ารายใหม่แน่ๆ เพราะเขาไม่เข้าใจ ไม่เหมือนกับลูกค้ารายเก่าที่มีประสบการณ์ นอกจากนี้ยังเป็นห่วงว่าลูกค้ารายใหญ่ที่ยังไม่เซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน จะชะลอออกไปก่อน ซึ่งการชะลอก็ยังไม่น่าห่วงมาก เพราะยังไงก็ยังไม่หนีหาย แต่ในอนาคตก็ไม่แน่ใจ ยิ่งรัฐบาลมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อะไรก็เกิดขึ้นได้"

นายวิบูลย์กล่าวว่าอยากให้สถานการณ์จบลงโดยเร็ว เพราะหากยืดเยื้อไม่เป็นผลดีต่อประเทศ ทำให้เสียโอกาสทางการแข่งขัน เพราะนักลงทุนไม่ได้มีประเทศไทยเป็นทางเลือกเดียว ซึ่งในเรื่องการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ไทยไม่ได้มีประเทศเวียดนามเป็นคู่แข่งเพียงประเทศเดียว ประเทศอินโดนีเซียก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มาแรง หากนักลงทุนเห็นว่าสถานการณ์ในไทยยังไม่มีทางคลี่คลาย ก็อาจจะตัดสินใจไปที่อื่น ซึ่งหากไปแล้วก็ยากที่จะดึงกลับมาลงทุนในไทย

ทั้งนี้ เป้ายอดขายที่ดินในปีนี้ บริษัทยังไม่อยากจะกำหนด เพราะถึงกำหนดไปก็มีการเปลี่ยนแปลง ตราบใดที่สถานการณ์การเมืองยังไม่จบ โดยจะขอรอดูในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ก่อน หากเหตุการณ์สามารถยุติได้ในภายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ก็จะสามารถคาดการณ์ในช่วงที่เหลือของปีได้

บล.เคเคเทรด วิเคราะห์ว่า ผลกระทบของยอดขายที่ดิน จากประเด็นทางการเมือง เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เช่นประเด็นทางการเมืองที่เกิดขึ้นในปี 2552 มีผลทำให้ยอดขายที่ดินทั้งปี ทำได้เพียง 253 ไร่ แต่หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ยอดขายที่ดินเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในระดับที่มากกว่า 1 พันไร่ ส่วนยอดขายในปี 2557 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.5 พันไร่ โดยคาดว่ากลุ่มลูกค้าที่อยู่ระหว่างการเจรจาจะเริ่มชัดเจนมากขึ้นหลังการเมืองคลี่คลาย ทำให้มีโอกาสเซ็นสัญญาในปีครึ่งปีแรกปี 2557 ขณะที่การขยายฐานการผลิตยานยนต์ยังเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในไทย ส่งผลให้มีกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยได้จึงได้ปรับประมาณการรายได้รวมปี 2557 ลง 15% เป็น 6.4 พันล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.5 พันล้านบาท ลดลง 18%จากปีก่อนหน้า