สหภาพฯธ.ก.ส.เตือนรัฐบาล ห้ามแตะเงินสภาพคล่องอุ้ม"จำนำข้าว" ชี้ต้องทำตามกรอบกฎหมายมีมติครม.รองรับ หวั่นกระทบความเชื่อมั่นผู้ฝาก
ประสิทธิ์ พาโฮม ประธานสหภาพแรงงาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมแสดงความเห็นหัวข้อ " สภาพคล่องธ.ก.ส.-ออมสิน เพื่อจำนำข้าวจริงหรือ?" กับลิขิต กลิ่นถนอม ประธานสหภาพแรงงาน ธนาคารออมสิน ในรายการ Business Talk ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี
ประสิทธิ บอกว่า ที่ผ่านมาสหภาพแรงงานธ.ก.ส.ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรมาตลอด และมีความเข้าใจชาวนาที่เข้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกแล้วต้องรอนาน 3-4 เดือนแต่ก็ยังไม่ได้รับเงินจากการจำนำ จึงมีคำถามว่า ธ.ก.ส. จะนำสภาพคล่องมาใช้ได้หรือไม่ โดยปัจจุบันสภาพคล่องของธ.ก.ส. มีจำนวน 1.8 แสนล้านมีภาระผูกพันที่ต้องดำรงเงินกองทุนตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) 6%-ของยอดเงินฝากหรือประมาณ 6หมื่นล้านบาท และต้องสำรองสภาพคล่องไว้ปล่อยสินเชื่อปกติ จำนวน 8 หมื่นล้านบาท รวมทั้งต้องยังมีเงินฝากพิเศษที่ต้องไถ่ถอนเมื่อถึงกำหนด อาทิ ออมทรัพย์ทวีสิน อีกด้วย ดังนั้นสภาพคล่องของธ.ก.ส.จึงภาระในการนำไปใช้ที่ชัดเจนอยู่แล้ว นอกเหนือจากสภาพคล่องที่ธนาคารนำไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก 9 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องปกติของธ.ก.ส.นั้น หากรัฐบาลจะนำมาใช้จะต้องมีมติครม.รับรอง และต้องเป็นการกู้ยืมตามกรอบที่มีกฎหมายรองรับอย่างถูกต้อง รวมทั้งต้องมีเงื่อนไขในการใช้เงิน เพราะการนำเงินกู้มาใช้จะมีผลต่อภาระดอกเบี้ยและต้นทุนเงิน ซึ่งหากรัฐบาลยืนยันจะใช้สภาพคล่องดังกล่าวของธ.ก.ส.อาจจะส่งผลทำให้ลูกค้าที่ฝากเงินกับธนาคารไม่เชื่อมั่น และกระทบต่อสถานะของธนาคารได้
"ถ้าจะนำสภาพคล่องของธ.ก.ส.ไปใช้ต้องเป็นตามกรอบกฎหมายรองรับและมีมติครม.รับรอง ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อความมั่นใจของผู้ฝากเงิน"
ประสิทธิ์ ยังบอกว่า ก่อนหน้านี้ สหภาพฯธ.ก.ส.ได้มีการประชุมวิสามัญสมาชิกและมีมติคัดค้านการนำสภาพคล่องของธนาคาร จำนวน 5.5 หมื่นล้านบาทไปสำรองจ่ายในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/2557 ระหว่างที่กระทรวงการคลังดำเนินการจัดหาแหล่งเงินกู้ วงเงิน 1.3 แสนล้านบาทมาใช้ โดยไม่มีกฎหมายหรือครม.รองรับ ซึ่งวงเงินกู้ 1.3 แสนล้านบาทถือเป็นเงินกู้ก้อนใหม่ไม่เกี่ยวกับเงินกู้ 4.1 แสนล้านบาทที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าวในฤดูผลิตปี 2554/2555 และ ปี 2555/2556 เพราะวงเงินกู้ 1.3 แสนล้านบาทนี้รัฐบาลจะนำมาใช้จ่ายให้เกษตรกรตามใบประทวนของชาวนาที่เข้าโครงการจำนำปี 2556/2557 วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อเป็นรัฐบาลรักษาการ ก็ต้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พิจารณาอนุมัติกู้เงิน ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญตามมาตรา 181 (2-3)
รัฐบาลใหม่ต้องทบทวนรูปแบบจำนำ
ประสิทธิ์ยังเสนอแนวทางการเยียวยาเกษตรกรว่า มีข้อเสนอจากนักวิชาการ และภาคส่วนอื่นๆ ว่าหากนำใบประทวนมาค้ำประกันการกู้ยืมภายใต้เงื่อนไขของแต่ละธนาคาร และคิดดอกเบี้ย 7% แต่อาจมีคำถามว่าทำไมไม่ระบายข้าว ใครจะเป็นภาระรับดอกเบี้ย จากการถือใบประทวนที่ผ่านมา หากเกษตรกรต้องจ่ายภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้ใหม่
สำหรับใบประทวนที่มีจำนวน 1 แสนล้านบาทในปัจจุบัน หากเกษตรกรทุกรายนำมาใช้ค้ำประกัน เงินกู้ ธ.ก.ส. จะมีความสามารถในการปล่อยกู้ได้หรือไม่ เพราะธ.ก.ส.มีภาระรักษาสภาพคล่องด้วยเช่นกัน หากมีการเร่งระบายข้าวในระยะสั้น อาจมีเงินผ่อนคลายจ่ายใบประทวน ส่วนระยะยาว รัฐบาลต้องทบทวนการรับจำนำใหม่ โดย 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา รวม 40 ล้านตัน และฤดูกาลใหม่ ถึงเดือน ต.ค.2556 จำนวน 10 ล้านตัน รวมเป็น 50 ล้านตัน
"จุดเปลี่ยนคือ โครงการจำนำข้าวแบบทุกเมล็ด ไม่จำปริมาณ และไม่กำหนดเพดาน ถือเป็นแรงจูงใจให้ชาวนาผลิตข้าวจำนวนมาก ปกตินาปีผลิตข้าว 20 ล้านตันข้าวเปลือก แต่ราคาจำนำสูง และเมื่อไม่มีการระบายข้าว เมื่อเข้าสู่โครงการปีที่สอง ทำให้ข้าวมีปริมาณมากขึ้นจนรัฐไม่มีเงินจ่าย"
หลังจากนั้น ปีถัดมากำหนดเพดานวงเงินจำนำ 5 แสนบาท/ครัวเรือน ปีที่สามกำหนดวงเงิน 3.5 แสนบาท/ครัว เรือน และมาสะดุดในวงเงินปี 2556/57 จากการยุบสภาที่ไม่สามารถจ่ายเงินได้ เมื่อมีรัฐบาลใหม่ อาจต้องทบทวน วิธีการใหม่ที่ไม่ใช่การจำนำข้าว เพราะทำให้ กลไกการตลาดเสียหาย จากราคาจำนำสูง ขณะที่ราคาตลาดต่ำ ซึ่งเมื่อข้าวใหม่ออก ข้าวเก่าควรต้องดำเนินการสีแปร หากไม่ดำเนินการจะมีภาระต้นทุนเพิ่มหากไม่ มีการระบายออก และข้าวเก่าอายุนานราคาถูกลง และเสื่อมคุณภาพ จึงต้องหาวิธีการระบายให้ได้
"อยากฝากรัฐบาลใหม่ ทบทวนรูปแบบการจำนำข้าว ได้แก่.การจำนำ โดยใช้กลไกในพื้นที่ เช่นโรงสี และโกดังของเกษตรกรเก็บข้าว โดยรัฐบาลชดเชยส่วนต่าง และรับประกัน ในปริมาณที่เหมาะสม 2. ไม่ใช้มาตรการจูงใจให้เกษตรนำผลผลิตเข้าสู่โครงการจำนำอย่างเดียว ปัญหาขณะนี้ คือฟันเฟืองไม่ทำงานในภาคเกษตรกร "
ลิขิต บอกว่า การปล่อยกู้ให้ธนาคารอื่นๆของออมสินนั้นเป็นวิธีปกติอยู่แล้วในตลาดเงินกู้ระหว่างธนาคาร หรืออินเตอร์แบงก์ แต่เป็นการปล่อยกู้วงเงินไม่มาก แต่ถ้าจะให้กู้จำนวนสูงมากๆหรือเป็นหมื่นล้านบาทออมสินคงให้กู้ไม่ได้ เพราะต้องเป็นนโยบายของรัฐบาลและมีมติครม.รองรับ ซึ่งเรื่องนี้สหภาพฯได้หารือในคณะกรรมการธนาคารออมสินแล้ว ซึ่งบอร์ดได้ปฏิเสธการนำสภาพคล่องไปให้ธ.ก.ส.กู้ยืมเพื่อใช้ในโครงการจำนำ









