"สมชัย"ยันเเจ้ง4คำตอบให้พาณิชย์ทราบไปเเล้วกรณีจำนำข้าวว่าทำไม่ได้ ด้าน"ทนุศักดิ์"ระบุทำได้เพราะเป็นมติครม.ก่อนยุบสภา
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวในรายการเจาะลึกไทยทาง"สปริงนิวส์"กรณีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.พาณิชย์ ระบุว่า กรณีที่กระทรวงพาณิชย์จะขายข้าวให้จีนเเบบจีทูจีนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้สอบถามกกต.ว่า การเจรจาเเละลงนามตกลงนั้นกระทำได้หรือไม่ เเต่นายนิวัฒน์ธำรง อ้างล่าสุดว่ากกต.ตอบคำถามนี้ไม่ชัด จึงชะลอการเจรจาเเละจะสอบถามเรื่องกับกกต.ใหม่อีกครั้งว่า จดหมายที่เจ้าหน้าที่กกต.ตอบไปยังกระทรวงพาณิชย์เหมือนคำพิพากษาศาลโลกเพราะตีความได้ เพราะเจ้าหน้าที่กกต.เขียนคำว่าสุ่มเสี่ยงเเละควรดำเนินการอย่างรอบคอบ
นายสมชัย กล่าวว่า โดยล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สอบถามมาอีกครั้ง เรื่องนี้น่ากกต.จะหารือเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้าร่วมกับกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.คลัง ขอหารือเรื่องกู้เงิน1.3เเสนล้านบาทไปจ่ายให้การรับจำนำข้าวด้วย ทั้งนี้ก่อนหน้านี้กรณีเรื่องจำนำข้าวนั้น รัฐบาลสอบถามมา4เรื่อง คือ 1.ขอเงินเรื่องเงินข้าวธงฟ้า 2.เรื่องการเจรจาจีทูจีกับจีน โดยกกต.ตอบเเล้วว่า ดำเนินการไม่ได้ เเต่กกต.พร้อมหารือกับรัฐบาลใหม่อีกครั้ง หากรัฐบาลต้องการชี้เเจงเพิ่มเติม 3.การโยกเงินสภาพคล่องของธกส. 5หมื่นล้านบาทมาจ่ายให้ชาวนา ก่อนหน้านี้เรื่องนี้กกต.กำลังจะพิจารณาเรื่องนี้ เเต่ธกส.ขอถอนเรื่องนี้ออกไปก่อน เเละทราบว่ามีการดำเนินการไปเเล้ว ขอเตือนว่าหากดำเนินการไปเเล้วต้องรับผิดชอบเอง 4.เงินกู้1.3เเสนล้านาบท โดยกกต.มีมติไม่อนุมัติ เเต่พร้อมรับฟังการชี้เเจงของรัฐบาลในรายละเอียดเรื่องนี้
นายสมชัย กล่าวว่า กรณีที่นายนิวัฒน์ธำรงระบุไว้นั้น จึงตำหนิเจ้าหน้าที่กกต.ไปว่า ควรเขียนให้ชัดว่าได้หรือไม่ได้ เพราะเมื่อสองสัปดาห์ที่เเล้วกกต.ประชุมกับตัวเเทนกระทรวงพาณิชย์ โดยที่กกต.สอบถามว่า 1.รมว.พาณิชย์ไปเจรจาต่างประเทศใช้ทรัพยากรรัฐในการเดินทางหรือไม่ 2.การเจรจามีผลผูกพันกับรัฐบาลใหม่หรือไม่ 3.เงินที่ขายได้เป็นรายได้ของรัฐหรือไม่ 4.เงินที่จ่ายไปมีผลกับการเลือกตั้งหรือไม่ ตัวเเทนกระทรวงพาณิชย์ตอบว่าใช้ทรัพยากรของรัฐ มีผลกับรัฐบาลใหม่ เป็นรายได้ของรัฐ เเละมีผลกับการเลือกตั้ง ฉะนั้นทั้ง 4 ข้อข้างต้นรัฐธรรมนูญ มาตรา181(3),(4) ระบุว่ารัฐบาลรักษาการไม่สามารถทำสัญญาซื้อขายที่มีผลผูกพันกับรัฐบาลใหม่ได้
ด้านนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง กล่าวในเรื่องนี้ว่า ปี2556/57 เงินที่ต้องจ่ายชาวนานั้น เดิมใช้1.6เเสนล้านบาท เเต่ล่าสุดต้องใช้1.9เเสนล้านบาท ตามการประมาณการของกระทรวงพาณิชย์ในการรับจำนำข้าวนาปี โดยใบประทวน1.5เเสนล้านบาทนั้นจ่ายเเล้ว5หมื่นล้านบาท เเละเดิมนั้นรับปากจ่ายให้ชาวนาวันที่15ม.ค.2557ในวงเงิน1เเสนล้านบาท ขอเรียนย้ำว่า เดิมนั้นช่วงรอเงินระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ชำระคืนให้ธกส. โดยธกส.สำรองจ่ายไปก่อน เเละปีนี้จะทำเเบบนั้นอีก จึงมีมติครม.7ม.ค.2557 ว่าให้ดำเนินการตามเดิม เเละรอการอนุมัติของกกต.ในการกู้เงินวงเงิน1.3เเสนล้านบาท หากกกต.อนุมัติ กระทรวงการคลังก็จะไปกู้ เเต่กกต.ไม่อนุมัติ เเละกกต.มีหนังสือไปยังธกส.ว่าทำไม่ได้ มันจึงเป็นเดดล็อกสองชั้น
นายทนุศักดิ์ กล่าวว่า การขออนุมัติกกต.นั้น ควรเป็นเรื่องใหม่เเละผูกพันรัฐบาลในอนาคต เต่กรณีนี้ไม่ครบองค์ประกอบ เพราะดำเนินการโครงการนี้ตั้งเเต่มติครม.เดือนก.ย.2556 เเละจ่ายใบประทวนให้ชาวนาตั้งเเต่เดือนต.ค.2556เเล้ว มันไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อถามว่าเรื่องนี้มีผลกับการเมืองหรือไม่ นายทนุศักดิ์กล่าวว่า กกต.อย่าคือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เพราะเรื่องนี้รัฐบาลดำเนินการมานานเเล้วก่อนการยุบสภาเเละตอนนี้ชาวนาเดือดร้อน กกต.ควรตัดสินใจให้เร็วๆว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะหากกกต.ยังไม่อนุมัติ รัฐบาลต้องหาวิธีอื่นๆไปช่วยชาวนาเเทน








