แบรนด์หรูเดินหน้าช่วงชิงลูกค้านักท่องเที่ยวด้วยการเปิดร้านที่สนามบินและท่าเรือมากขึ้น หวังเจาะตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด
ผลสำรวจตลาดของบริษัท "เจนเนอเรชัน รีเสิร์ช" แสดงให้เห็นว่า รายได้ของภาคค้าปลีกท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงยอดขายบนเครื่องบิน ในปี 2555 เพิ่มขึ้น 9.4% มาอยู่ที่ 55,800 ล้านยูโร และคาดว่ายอดขายจะสูงถึง 60,000 ล้านยูโรในปีนี้ ก่อนจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าภายในปี 2563
ประธานกรรมการบริหารธุรกิจแฟชั่นของชาแนล "นายบรูโน พาฟลอฟสกี" เปิดเผยว่า ช่องทางนี้ทวีความสำคัญมากขึ้น ลูกค้ามีเวลาอยู่ในสนามบินที่สภาพแวดล้อมซับซ้อนมากกว่าเดิม
ชาแนล แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส ที่มียอดขายมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากหลุยส์ วิตตอง มีร้านค้าในสนามบินเอเชียสี่แห่ง หนึ่งแห่งในสนามบินฮีทโธรว์ ของอังกฤษ และมีกำหนดเปิดร้านในสนามบิน ชาลส์ เดอ โกล ของฝรั่งเศส และที่ดูไบ ในปีหน้า
ส่วนแบรนด์กุชชีของบริษัทเคอริง ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เหมือนกับคู่แข่งอย่างหลุยส์ วิตตอง และจากการที่ลูกค้าในตลาดเกิดใหม่หันไปชื่นชมกับสินค้าที่ไม่มีโลโก้มากกว่า ก็เพิ่งจะเปิดร้านสาขาในทำเลเดียวกับลชาแนลไปเมื่อเร็วๆ นี้
ข้อมูลจากบริษัทจัดการคืนเงินภาษี "โกลบอล บลู" แสดงให้เห็นว่า นับแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา การใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวทั่วโลกเพิ่มขึ้น 12% ขณะที่ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในยุโรปเพิ่มขึ้นมาเกือบ 20%
ขณะรายงานของบริษัทที่ปรึกษา "เบน แอนด์ โค" ระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งมีสถิติเป็นลูกค้าแบรนด์หรูเพียงจำนวนน้อยช่วงทศวรรษก่อน ปัจจุบันคิดเป็น 29% ของการใช้จ่ายซื้อสินค้าแบรนด์ดังทั่วโลก แนวโน้มนี้มีทีท่าว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อบอสตัน คอนซัลติง กรุ๊ป หรือบีซีจี คาดว่า เที่ยวบินระยะปานกลางจากเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นเกือบครึ่งหนึ่ง เทียบกับ 37% ในขณะนี้
แม้ว่าสินค้าแบรนด์หรูส่วนใหญ่จะขึ้นราคา โดยเฉพาะในยูโรโซนและญี่ปุ่น เพื่อชดเชยการเปลี่ยนแปลงในสกุลเงิน แต่เบน แอนด์ โค ประเมินว่าสองในสามของค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าแบรนด์หรูโดยชาวจีนแผ่นดินใหญ่ในปีนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจัดเก็บภาษีอัตราสูงภายในประเทศ
บีซีจีคาดว่าตลาดท่องเที่ยวจีนจะเติบโตเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 11% จากปี 2555 - 2573 นักท่องเที่ยวชาวเมืองของจีนเดินทางท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศราว 500 ล้านเที่ยวในปีที่แล้ว ใช้จ่ายประมาณ 260,000 ล้านดอลลาร์ คาดว่าจำนวนจะเพิ่มเป็น 1,700 ล้านเที่ยว และใช้จ่าย 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573
แอร์เมสที่ปัจจุบันมีร้านค้าในสนามบินทั่วโลก 50 ร้าน หันมาเปิดร้านเป็นเอกเทศเพื่อเจาะตลาดที่กำลังเติบโตนี้ได้ดียิ่งขึ้น เดือนที่แล้ว ลอรีอัล กลุ่มบริษัทเครื่องสำอางรายใหญ่สุดของโลก ผู้ผลิตครีมลังโคม และลิปสติกอีฟ แซงต์ โลรองต์ ตั้งแผนกที่จับเรื่องค้าปลีกการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
ขณะที่แอลวีเอ็มเอช ซึ่งเป็นเจ้าของหลุยส์ วิตตอง วางแผนเปิดตัวแนวคิดค้าปลีกใหม่ในปี 2559 เรียกว่า "แกลเลอเรีย" ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อลูกค้านักท่องสุดหรู สาขาแรกเปิดที่เมืองเวนิส ต่อจากนั้นอาจเป็นที่กรุงปารีส ในอดีตห้างสรรพสินค้าสะมาริแตน ที่ถูกเปลี่ยนโฉมเป็นโรงแรมห้าดาว









