"กสิกรไทย"คาดปีหน้าสินเชื่อโต 9-11% ลุ้นการเมืองนิ่งหนุนการลงทุนภาครัฐ-เอกชน ชี้ต่างชาติห่วงปัญหาหนี้ครัวเรือน และประสิทธิภาพก่อหนี้ภาครัฐ
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปีนี้ธนาคารคาดจะขยายที่ 9% ตามระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 3% แต่ธนาคารเชื่อปี 2557 การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะสูงกว่าปีนี้หรืออยู่ที่ 4.5% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่หนุนให้ภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวดีขึ้น โดยคาดการส่งออกปีหน้าจะขยายตัว 7% รวมถึงการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ที่จะเอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนในประเทศ และการลงทุนจากต่างประเทศที่จะไหลเข้ามามากขึ้น
ส่วนการขยายสินเชื่อของธนาคารในปีหน้าคาดว่าจะขยายตัว 9-11% จากการลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมถึงการออกไปลงทุนต่างประเทศของภาคเอกชนไทยทั้งการออกไปซื้อกิจการหรือการร่วมทุนกับต่างประเทศ รวมถึงการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ยังมีให้เห็นอยู่จากลูกค้ารายใหญ่ และเอสเอ็มอี โดยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นมาจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ 6-8% ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีจะขยายตัว 9-11% และสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น 10-13%
ปัจจัยเสี่ยงปีหน้า คือ การเมืองที่มีความไม่แน่นอน อาจมีผลต่อลงทุนภาครัฐและเอกชนได้ และอาจเห็นเม็ดเงินบางส่วน ที่ไหลออกไปลงทุนในสหรัฐ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอมาตรการคิวอี ทำให้สภาพคล่องในประเทศมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น ส่งผลต่อดอกเบี้ยในประเทศ มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ที่คาดจะปรับเพิ่มขึ้นปลายปี 2557 ส่วนเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทะลุ 32 บาทต่อดอลลาร์ได้
จากการพบกับนักลงทุนต่างชาติ เริ่มเห็นความกังวลของนักลงทุนต่างชาติต่อเศรษฐกิจไทย 2 ประเด็น คือ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ทางการควรมีมาตรการออกมาดูแลให้ภาคครัวเรือนมีสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ไม่สูงเกินไป ขณะเดียวกันต่างชาติ ยังแสดงความกังวลต่อการสร้างหนี้ของภาครัฐ แม้จะตระหนักถึงความจำเป็นในการก่อหนี้ เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศก็ตาม แต่ยังกังวลถึงประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐ รวมถึงความสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว ซึ่งรัฐควรให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุนด้วย
"ต่างชาติห่วง 2 เรื่องนี้ คือภาครัฐก่อหนี้แล้ว ต้องเกิดประสิทธิภาพจริง สร้างผลตอบแทนระยะยาวให้เกิดความยั่งยืนทางเศรษฐกิจได้" นายธีรนันท์กล่าว
ปัจจุบันสภาพคล่องของธนาคาร ยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 91% แม้มีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น แต่ธนาคารมีนโยบายจะรักษาสัดส่วนดังกล่าวไว้ที่ 90% เศษ ขณะเดียวกันธนาคารจะติดตามสถานการณ์ตลาดใกล้ชิด หากมีจังหวะเหมาะสม อาจออกหุ้นกู้เพื่อล็อกต้นทุนไว้ระยะยาว
สำหรับการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย จะขยายตัวได้มากกว่า 15% จากช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ รายได้ดังกล่าวเพิ่มขึ้นแล้ว 19.45% โดยมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและธุรกิจประกันเป็นหลัก และยังมีเป้ารักษาส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิในปีหน้าไว้ในกรอบ 3.4-3.6% โดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ธนาคารมีส่วนต่างดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.51% ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารสิ้นปีนี้อยู่ที่ 2% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่น่ากังวล ส่วนปี 2557 คาดจะรักษาเอ็นพีแอลให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2.2%









