"กลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี"เตรียมระดมทุนก้อนโตสิ้นปีนี้ คลอดกองทุนอสังหาริมทรัพย์โรงแรมหรู 12 แห่ง ทั่วกรุงเทพฯ มูลค่ารวม 3.2 หมื่นล้าน
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย กล่าวว่ากลุ่มบริษัทธุรกิจโรงแรมของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี มีแผนจะเสนอขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์ มูลค่ารวม 3.2 หมื่นล้านบาท โดยจะนำสินทรัพย์ภายใต้โรงแรม 12 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพและมีบางส่วนในต่างจังหวัดซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว มีส่วนผสมของกรรมสิทธิ์ (Free Hold) ประมาณ 80% โดยคาดว่าจะเสนอขายภายในสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าอัตราผลตอบแทนที่ให้กับผู้ถือหน่วยคงไม่ต่ำกว่า 7% เช่นกัน และจะเป็นกองทุนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมในที่สุด รวมทั้งจะมีการระดมทุนผ่านกองทุนอสังหาริมทรัพย์เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งได้ยื่นของจัดตั้งกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเสนอขาย“กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซี.พี.ทาวเวอร์ โกรท (CPTGF)” ระหว่างวันที่ 18 - 26 พ.ย. 56 ราคาหน่วยละ 10.15 บาท โดยกองทุน CPTGF นี้จะมีมูลค่าโครงการประมาณ 9,815 ล้านบาท เข้าไปลงทุนในสิทธิการเช่าของอาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 3 แห่ง ได้แก่ อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 1 บนถ.สีลม ,อาคาร ซี.พี.ทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูนทาวน์) บนถ.พระราม 9 และ อาคารซี.พี.ทาวเวอร์ 3 บน ถ.พญาไท
โดยอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยมากกว่า 99% มีพื้นที่เช่าไม่นับรวมลานจอดรถประมาณ 132,000 ตร.ม. ประมาณ 55% เป็นอาคารสำนักงานและอีก 45% เป็นค้าปลีก ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวและจะทำให้กองทุน CPTGF เป็นกองทุนออฟฟิศผสมศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมกองทุนอีกด้วย โดยในปีนี้คาดว่าทั้ง 3 อาคารจะมีค่าเช่าประมาณ 1,100 ล้านบาท และมีแนวโน้มการเติบโตขึ้นในอนาคต ซึ่งปกติแล้วอัตราการเติบโตของค่าเช่าในส่วนของออฟฟิศเองจะไปตามอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยปีละ 3% ในขณะที่อัตราค่าเช่าในส่วนของศูนย์การค้าก็จะสูงกว่านี้
แม้ปัจจุบันจะมีปัญหาสถานการณ์การเมือง แต่ยังมั่นใจว่าจะขายกองทุนได้หมด เพราะมั่นใจว่าจะสามารถขายหน่วยลงทุนได้หมด และได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ราคาไอพีโอ 10.15 บาท นี้ เป็นการสำรวจความต้องการมาจากนักลงทุนสถาบันซึ่งเขาพร้อมจะซื้อด้วยอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ จึงมั่นใจว่านักลงทุนรายย่อยก็จะสนใจจองซื้อเช่นเดียวกัน
"กองทุน CPTGF บริหารจัดการโดย “ซี.พี.แลนด์” ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มายาวนานถึ 25 ปี ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่ากองทุนนี้จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้อย่างน่าพอใจไม่น่าจะต่ำกว่า 7% ต่อปี โดยจะมีนโยบายจ่ายปันผลปีละ 4 ครั้ง"
นายสมชัย ยังกล่าวอีกว่า กองทุน CPTGF ได้แต่งตั้งบมจ.ธนาคารกรุงไทย, บมจ.ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และบล.เคที ซีมิโก้ให้ทำหน้าที่เป็นผู้รับประกันการจัดจำหน่าย โดยสามารถจองซื้อขั้นต่ำเพียง 2,000 หน่วย โดยทางบมจ.ซี.พี.แลนด์จะใช้สิทธิเข้าถือหน่วยลงทุนเต็ม 33% นักลงทุนสถาบัน 30-35% และที่เหลือเป็นนักลงทุนทั่วไป ในส่วนของนักลงทุนสถาบันจะมีการจัดสรรให้กับนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจด้วยประมาณ 5 -6% ขณะเดียวกันมีแผนที่จะเพิ่มทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานีอีกประมาณ 3,000 - 4,000 ล้านบาท ในช่วงต้นปีหน้า









