อัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด ปรับกำไรสุทธิลงสะท้อน
- BANPU เชื่อว่าราคาถ่านหินผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
จากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารเชื่อว่าราคาถ่านหินในตลาดโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วทำให้บริษัทไม่เร่งที่จะทำสัญญาขายถ่านหินสำหรับปี 2557 เพิ่ม ทำให้บริษัทมีถ่านหินที่ยังไม่ระบุราคาขายถ่านหินเหมืองในอินโดฯ และออสเตรเลียในสัดส่วน 63% และ 30% ตามลำดับ ขณะที่เป้าหมายยอดขายถ่านหินจากเหมืองอินโดนีเซีย 29.3 ล้านตัน และเหมืองในออสเตรเลีย 14.4 ล้านตัน ทรงตัว YoY (แต่ลดลงจากแผนเดิม 8%) โดยเรายังคงสมมติฐานราคาขายถ่านหินเฉลี่ยจากทั้ง 2 เหมืองหลักไว้ที่ 75 เหรียญต่อตัน ทรงตัว YoY
- แผนลดต้นทุนปี 2556 ช้ากว่าคาด
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ลง 33% เหลือ 3.1 พันล้านบาท จากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นใน 9M56 กว่า 1.5 พันล้านบาท รวมทั้งการปรับอัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อยเหลือ 31% แม้ BANPU จะเริ่มแผนการลดต้นทุนมาตั้งแต่ต้นปีแต่ว่าล่าช้ากว่าที่เราคาด ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นใน 9M56 ยังต้ำกว่าที่เราคาด และเป็นสาเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิ 3Q56 ต่ำกว่าคาดถึง 13% ขณะที่ทั้งปี 2556 บริษัทเชื่อว่าจะมียอดขายถ่านหินจากเหมืองในอินโดฯและออสเตรเลียรวม 43.2 ล้านตัน (+3%YoY)
- ปรับลดกำไรสุทธิและมูลค่าเหมาะสม
เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ลงจากเดิม 20% เหลือ 3.4 พันล้านบาท (+9%YoY) จาก (1) การปรับเป้าหมายยอดขายถ่านหินจาก 2 เหมืองหลักในปี 2557 ปรับลดจากเดิม 8% ทำให้ยอดขายถ่านหินในปี 2557 ทรงตัว YoY และ (2) ปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นเหลือ 33% (เดิม 36%) ใกล้เคียงกับอัตรากำไรขั้นต้นใน 2H56 ที่เริ่มสะท้อนแผนการปรับลดต้นทุนของบริษัท ขณะที่การปรับลดประมาณการดังกล่าวจะทำให้มูลค่าเหมาะสมในปี 2557 ลดเหลือ 27 บาท (เดิม 28 บาท)









