ไอเอ็มเอฟบี้แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย คุมเข้มแบงก์รัฐปล่อยกู้ หวังสร้างเสถียรภาพระบบการเงิน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า คณะกรรมการบริหารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Executive Board of the International Monetary Fund : IMF) ได้ประชุมสรุปการทบทวนภาวะเศรษฐกิจไทยประจำปี 2556 โดยมีประเด็นสำคัญ คือ
1.ประเทศไทยสามารถบริหารจัดการนโยบายเศรษฐกิจมหภาคได้ดีในช่วงที่ผ่านมา และมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจากอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ ฐานะการเงินของธนาคารพาณิชย์และภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เงินสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง และระดับหนี้สาธารณะที่สามารถบริหารจัดการได้ 2.การดำเนินนโยบายการคลังในปัจจุบันมีความเหมาะสม
อย่างไรก็ดี การปรับสมดุลภาคการคลัง (fiscal consolidation) อย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยเพิ่มความสามารถทางการคลัง (fiscal space) เพื่อดูแลเศรษฐกิจในระยะปานกลาง และรองรับการใช้จ่ายที่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามแผนของรัฐบาลได้ นอกจากนี้ คณะกรรมการสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา ตลอดจนทดแทนการให้เงินอุดหนุนทั่วไป ด้วยมาตรการที่มุ่งให้ความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม
3. การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในปัจจุบันมีความเหมาะสม อย่างไรก็ดี ทางการควรเตรียมพร้อมในการลดการผ่อนคลายเข้าสู่การดำเนินนโยบายแบบปกติ (normalisation) หากแรงกดดัน เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อนึ่ง คณะกรรมการเห็นว่าฐานะทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง รวมถึงระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความยืดหยุ่นและความพร้อมในการดำเนินมาตรการ macroprudential ของไทย จะมีส่วนช่วยบรรเทาความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้าได้
4.ทางการไทยควรเร่งดำเนินการปรับปรุงกฎเกณฑ์และระเบียบการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ที่มิใช่ธนาคารและสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (Specialised Financial Institutions : SFIs) ให้รัดกุมขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม
5.ทางการไทยควรส่งเสริมให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นไปอยางทั่วถึง และเป็นธรรมยิ่งขึ้น รวมถึงเร่งเพิ่มผลิตภาพของแรงงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมทักษะแรงงานเพื่อบรรเทาปัญหาความไม่สมดุลระหว่างทักษะแรงงานกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้ คณะกรรมการยังให้การสนับสนุนแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง ส่งเสริมการค้า และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว









