วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจผวาชุมนุม 'ยืดเยื้อ'

นายกฯย้ำรอบสาม รัฐบาลเลิกดันก.ม.นิรโทษ ส.ว.เลื่อนประชุมด่วนพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษ วันนี้ ยังขัดแย้งกันหนัก'ส่อล่ม'เอกชนหวั่นชุมนุมยืดเยื้อ

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาแถลงอีกครั้งถึงท่าทีของรัฐบาลต่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยย้ำว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะไม่นำร่างกฎหมายนิรโทษกรรมขึ้นมาพิจารณาอีก และหวังว่าวุฒิสมาชิกพิจารณาโดยเร็ว

การแถลงของนายกรัฐมนตรี วานนี้ (7 พ.ย.) ถือว่าเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 3 วัน เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลถอนร่างกฎหมายทั้งหมดที่ค้างอยู่และจะปล่อยให้ร่างกฎหมายที่วุฒิสภาตีกลับมาให้ตกไป ในขณะที่ประชาชนที่ชุมนุมหลายส่วนยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะดำเนินการจริง และยังมีการชุมนุมต่อเนื่องมากขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร

นางสาวยิ่งลักษณ์กล่าวภายหลังแถลงวานนี้ว่า ขอให้ประชาชนสบายใจว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตามที่หลายคนเป็นห่วงนั้น จะไม่มีการหยิบกลับมาใช้อีก แต่แนวทางต่างๆ คงต้องหารือต่อไป

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านควรที่จะยุติการเดินหน้าชุมนุมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราอยากขอความกรุณา เพราะว่าจริงๆ แล้ว เราก็ได้ทำตามเจตนารมณ์ทั้งหมดแล้ว เพราะเรามองว่าข้อกังวลของสังคม แม้ว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งและมีเสียงส่วนใหญ่ แต่เราก็รับฟังในเสียงของประชาชนทุกภาคส่วน เราได้ตอบสนองในข้อเรียกร้องต่างๆครบถ้วนแล้ว

"ขอความกรุณาว่าเราค่อยมาหาทางออกอย่างอื่น เพราะว่าเราไม่อยากให้ประชาชนชุมนุม แล้วเราก็ขอร้องทางด้านผู้ชุมนุมด้วย"นายกฯ กล่าว

ส่วนเรื่องขาดความไว้ใจกับรัฐบาลนั้น นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ได้ให้ความมั่นใจ คือ สภาผู้แทนราษฎรมีมติถอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแล้ว ประชาชนน่าจะมีความสบายใจเพราะเป็นมติของสภา ซึ่งเป็นมติที่เป็นเอกสิทธิ์ของทุกคนร่วมกันโหวตและแสดงการตัดสินใจ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันเจตนารมณ์จากทุกภาคส่วนแล้ว

"เราได้แถลงข่าวหมดแล้ว และยืนยันแล้วว่าในร่างพ.ร.บ.ที่มีอยู่ได้ถอนหมดแล้ว จะบอกว่าดิฉันพูดซ้ำหลายครั้ง แต่ก็ขอเรียนเพื่อความมั่นใจ” นายกฯ กล่าวยืนยัน

เมื่อถามว่าข้อเรียกร้องเปลี่ยนไปจากนิรโทษกรรมเป็นขับไล่รัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่เรียนว่าอยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการพิจารณารับฟัง อะไรที่เป็นความเดือดร้อนก็ขออย่าให้เป็นปัญหาทางการเมืองเลย เพราะวันนี้ปัญหาทางการเมือง การชุมนุม หรือการล้มรัฐบาลนั้นก็เป็นสิ่งที่เราเชื่อว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็จะไม่ได้รับการยอมรับ ซึ่งทุกอย่างเรามีกลไกในการตรวจสอบของรัฐบาลอยู่แล้ว ทุกกลไกไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระหรือรัฐสภา ก็ตรวจสอบแล้วกลไกทางระบอบประชาธิปไตยจะเป็นกลไกที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ

ม็อบสีลมยุติชั่วคราว-รอผลสภา

นายสมเกียรติ หอมละออ แกนนำชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ขณะนี้ทางชมรมฯ ได้มีมติให้ยุติการนัดชุมนุมเพื่อเป่านกหวีดต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง ถนนสีลม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศนัดชุมนุมทุกวันจันทร์และพุธ ออกไปชั่วคราว หลังจากที่ประธานวุฒิสภาได้ออกมาแถลงยับยั้งไม่รับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าวและพรรคเพื่อไทยได้แถลงยอมรับการตัดสินใจของวุฒิสภา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ประเมินพลังคัดค้านของประชาชนผิดไป

"ทางชมรมฯ จึงขอยืนยันจุดยืน 3 ข้อ คือ 1.ให้นายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความยอมรับว่าการต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของประชาชน ไม่ใช่การไม่อยากเห็นการให้อภัยกันในสังคม และต้องถอนร่างกฎหมายนิรโทษกรรม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริต คอร์รัปชัน ทุกฉบับออกจากสภา 2.ให้ ส.ส.ทุกคนที่ผ่านร่างกฎหมายนิรโทษฉบับนี้ออกมาขอโทษประชาชน เพื่อสำนึกผิด และ 3.จะต้องไม่มีการนำเงินภาษีที่ถูกโกง ไปคืนให้กับครอบครัวของผู้นำ"

นายสมเกียรติ กล่าวว่าที่สีลมจะยุติเอาไว้ชั่วคราว แต่อาจกลับมาฉลองชัยชนะเล็กๆ อีกครั้งในวันอังคารหน้า หากทุกอย่างเป็นไปตามคาดคือมีการถอนร่างกฎหมายออกจากสภาภายในสัปดาห์นี้ เพราะเขาเห็นถึงพลังประชาชนแล้ว ส่วนการเป่านกหวีดที่สี่แยกอโศกในเวลา 11.00 น. วันนี้ (8 พ.ย.) จะยังเป็นไปตามกำหนดการเดิม

เอกชนวอนหยุดชุมนุมหลังคว่ำร่าง

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ในฐานะนักธุรกิจเห็นว่ารัฐบาลมีท่าทียอมถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แล้ว ซึ่งเป็นท่าทีที่สอดคล้องกับวุฒิสภา ทำให้โจทย์ของการชุมนุมต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ได้รับการตอบสนองแล้ว ซึ่งเป็นความต้องการเดียวกับที่นักธุรกิจต้องการด้วย ดังนั้นเห็นว่าการชุมนุมควรยุติเพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหากการชุมนุมยังดำเนินต่อไปจะบั่นทอนการบริโภคภายในและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่การส่งออกและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

"อยากให้การเมืองเป็นตัวช่วยดึงเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ไม่ใช่การเป็นตัวดึงเศรษฐกิจ ควรก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว"นายวัลลภกล่าว

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็ง กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลแสดงความจริงใจมากกว่านี้ ด้วยการดึงร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอยออกจากวุฒิสภา หรือจากสภาผู้แทนราษฎร อย่างใดอย่างหนึ่งที่ทำได้ เพื่อลดข้อสงสัยจากสังคมและจะนำไปสู่การยุติเหตุผลการชุมนุมต่างๆ

"ตอนนี้อยากให้ทำมากกว่าพูด คงต้องดูกันไปว่ารัฐบาลจะต้องทำอะไรได้อีกเพื่อให้สังคมสบายใจ ซึ่งการชุมนุมจะมีต่อไปหรือไม่ คงเป็นเรื่องของผู้ชุมนุม แต่ถ้ายืดเยื้อย่อมไม่ส่งผลดีจะส่งผลเสียแน่นอน" นายพจน์ กล่าว

ด้าน นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า สมาคมฯร่วมกับอีก 7 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว ได้แก่ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) สมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับ สมาคมเรือไทย สมาคมรถโดยสารไม่ประจำทาง (สสท.) สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน ในนามสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ได้ยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้วุฒิสภาเร่งนำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาในวันนี้ (8 พ.ย.) ก่อนกำหนดการเดิมที่จะมีการพิจารณาในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. 2556

ทั้งนี้ เพื่อเร่งยุติความขัดแย้งทางการเมือง และป้องกันการเสียโอกาสด้านการท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากสถานทูตจำนวน 8 แห่ง และอีก 1 เขตการปกครองออกประกาศเตือนความเสี่ยง ในการเลี่ยงเส้นทางชุมนุมจึงต้องการให้รัฐสภายุติปัญหาการชุมนุมโดยเร็ว

จี้รัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น

ด้าน นายธำรงค์ ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ต้องการให้สถานการณ์ความขัดแย้งและการชุมนุมทางการเมืองยุติโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและสภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งการท่องเที่ยว ซึ่งไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงไฮซีซันของภาคธุรกิจ ทั้งนี้ เพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นมีทางออก ต้องการให้รัฐบาลออกมาสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่าจะไม่มีการนำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมขึ้นมาพิจารณาอีกเป็นอันขาด

"รัฐบาลจะทำอย่างไรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ชุมนุมว่าจะไม่มีการนำกฎหมายนิรโทษกรรมขึ้นมาพิจารณาอีก เพราะระหว่างที่รัฐบาลถอย แต่มีนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลออกมาระบุในคลิปวีดิโอที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วว่า จะนำกลับมาพิจารณาใหม่ เมื่อผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร 180 วัน และเห็นชอบก็สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ทันที เป็นเหมือนการไม่จริงใจ ดังนั้นรัฐบาลควรทำเป็นสัญญาประชาคมเลยว่าจะไม่นำเรื่องนี้มาพิจารณาอีกเป็นอันขาด"

อย่างไรก็ตาม หากการชุมนุมยืดเยื้อเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ จะยิ่งซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับวันที่ 11 พ.ย. 2556 ศาลโลกจะตัดสินคดีเขาพระวิหาร อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การชุมนุมยืดเยื้อ ในส่วนของภาคธุรกิจต้องการให้ทุกฝ่ายหาทางยุติและทำให้บ้านเมืองสงบโดยเร็ว

นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลได้มีการถอยในเรื่องพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อมีกระแสคัดค้านจากทุกกลุ่ม ก็เชื่อว่าสถานการณ์ตึงเครียดขณะนี้จะเริ่มคลี่คลายไปได้โดยเร็ว แต่หากกลุ่มผู้คัดค้าน มองว่ารัฐบาลขาดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว ก็อาจจะปักหลักชุมนุมต่อไป เหตุการณ์ก็ยืดเยื้อต่อไป

องค์กรต้านคอร์รัปชันกำหนดท่าทีวันนี้

ด้าน นายวิชัย อัศรัสกร เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน และเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวทางการเคลื่อนไหวของภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันทั้ง 47 องค์กร จะมีการหารือในวันนี้ (8 พ.ย.) เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดท่าทีการต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมในลำดับต่อไปป้องกันการออกกฎหมายเพื่อลบล้างความผิดด้านการทุจริตคอร์รัปชันให้นักการเมือง โดยประเมินว่าขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ไว้วางใจจุดยืนรัฐต่อร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม

"การที่มีประชาชนออกมาจำนวนมากและขยายวงกว้างอย่างนี้ เป็นครั้งแรกของเมืองไทยที่ประชาชนลุกขึ้นมารวมพลัง มีจิตสำนึกร่วมมือกันที่จะไม่ยอมรับการคอร์รัปชัน การใช้อำนาจที่เอื้อประโยชน์ต่อตัวเองและพวกพ้อง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นได้ในอนาคต"

วุฒิสภาเรียกประชุมวันนี้

นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ออกหนังสือเรียกประชุมวุฒิสภาเป็นกรณีพิเศษในวันนี้ (8 พ.ย.) เวลา 14.00 น. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ซึ่งเป็นการร่นระยะเวลาจากเดิมที่กำหนดไว้วันที่ 11 พ.ย. โดยคาดว่าองค์ประชุมจะไม่ครบ เนื่องจากมีความขัดแย้งในหลายประเด็น

ทั้งนี้ นายนิคม ได้แจ้งว่าใช้อำนาจประธานฯ ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา มาตรา 15 วรรคสอง นัดประชุมวุฒิสภาเป็นกรณีพิเศษ วันที่ 8 พ.ย. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยอ้างว่าได้รับหนังสือจากสถาบันการศึกษา นักวิชาการและกลุ่มองค์กรต่างๆ ต้องการให้วุฒิสภาเร่งรีบแก้ปัญหาบ้านเมือง และรีบพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จึงเรียก ส.ว.มาหารือกัน

อย่างไรก็ตาม มี ส.ว.บางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม "40 ส.ว." ไม่พอใจที่เลื่อนประชุมจากวันที่ 11 พ.ย. ทำให้เกิดการโต้แย้งกันอย่างหนักในที่ประชุม

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.สรรหา และแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ประธานวุฒิสภาเร่งรัดพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันนี้ ถือว่าผิดธรรมเนียมปฏิบัติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยตามวิถีปฏิบัติจะต้องแจ้งต่อ ส.ว. อย่างเป็นทางการอย่างน้อย 3 วัน ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณา การเร่งรัดในลักษณะนี้จะส่งผลต่อองค์ประชุม และทำให้ประชาชนมองว่าวุฒิสภารับลูกจากรัฐบาล ทำให้ภาพลักษณ์ของวุฒิสภาเสื่อมเสีย

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการประชุมวุฒิสภาวันที่ 8 พ.ย. ว่า ยังคงมีการประชุมตามที่นายนิคมแจ้งไว้ แต่ปัญหาตอนนี้อยู่กลุ่ม 40 ส.ว. ประกาศชัดเจนที่จะไม่เข้าร่วม ซึ่งกลุ่มนี้จะมีสมาชิกอยู่ประมาณ 60 คน ประกอบกับมีส.ว.บางส่วนอยู่ต่างจังหวัดและติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ อาจจะเข้าร่วมไม่ได้ กลุ่มนี้มีอยู่ประมาณ 20 คน ดังนั้นเกรงว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมได้

"หากไม่ครบองค์ประชุมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เรื่องนี้ก็คงจะถูกลากออกไปเป็นวันที่ 11 พ.ย. นี้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าช่วง 3-4 วันที่เหลือจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ ส.ว.ต้องการจะให้ประชุมวันนี้ (8 พ.ย.) เราไม่ได้ต้องการที่จะช่วยเหลือรัฐบาล แต่เราไม่ต้องการให้บ้านเมืองวิกฤติไปมากกว่านี้ เพราะสถานการณ์ตอนนี้กลุ่มที่เข้าร่วมการชุมนุมเยอะขึ้นทุกวัน ยิ่งเป็นวันเสาร์และอาทิตย์จะเกิดอะไรขึ้นยังไม่รู้เลย"

สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวานนี้ มีมติเสียงข้างมาก 310 เสียง ต่อ 1 เสียง เห็นชอบให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ จำนวน 5 ฉบับ ที่เสนอโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ, นายนิยม วรปัญญา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เสนอโดยนายนิยม ออกจากระเบียบวาระการประชุม หลังจากที่ประชุมได้ใช้เวลาพิจารณา 1 ชั่วโมง