แนวโน้มระยะสั้นชะลอตัว
ประเด็นการลงทุน
แม้ว่า STANLY จะรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/57 (เดือนต.ค.-ธ.ค. 2556) ที่ลดลง ตามยอดการผลิตรถยนต์ที่ลดลงทั่วทั้งอุตสาหกรรม แต่เรามองว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นในปีหน้า โดยมีปัจจัยหนุนมาจาก 1) คำสั่งซื้อสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ของโตโยต้า ฮอนด้าและนิสสัน และ 2) อัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นของโรงงานใหม่ (Lamp#7) ในช่วงปลายปี 2557 นอกจากนี้หุ้นยังมีระดับการซื้อขายบน PER ที่ต่ำเพียง 11 เท่า สำหรับปี 2557 และ 9.7 เท่า สำหรับปี 2558 (ต่ำกว่าช่วงสูงสุดที่ 14.4 เท่า ในปี 2547) เราคงคำแนะนำ ซื้อ
ยอดขายปี 2556 (เมษา56-มีค 57) ใกล้เคียงปีก่อน
ผู้บริหารคาดการณ์ในเชิงอนุรักษ์นิยมว่ายอดขายปี 2557 (เม.ย.2556–มี.ค.2557) จะทรงตัว YoY แม้ว่าจะสิ้นสุดการส่งมองรถยนต์ภายใต้โครงการคืนภาษีรถคันแรกของรัฐฯไปในเดือนมิ.ย.2556 แต่ STANLY ได้รับคำสั่งซื้อใหม่จากผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ ได้แก่ อิซูซุ สำหรับ อิซูซุ Mute X, โตโยต้า สำหรับ Vios รุ่นใหม่, มิตซูบิชิ สำหรับ Attrage, นิสสัน สำหรับ Pulsa และรถจักยานยนต์รุ่นใหม่จากฮอนด้า เช่น Zoomer X, new Scoopy i และ Dream ทั้งนี้ประมาณการของเราสอดคล้องกับคำแนะแนวของผู้บริหารที่ว่ายอดขายจะทรงตัวในปี 2557
อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น
นอกเหนือจากโรงงานใหม่ (Lamp#7) โรงงานของ STANLY ดำเนินการผลิตด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงกว่า 70% แม้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตของ Lamp#7 จะเพิ่มสูงขึ้นจาก 40% ในต้นปี 2556 มาอยู่ที่ประมาณ 50% (รวมสายการผลิตที่เพิ่มขึ้นใหม่) ในขณะนี้ ผู้บริหารแนะว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 90-100% ภายในช่วงปลายเดือนมี.ค.2557 โดย STANLY มีแนวโน้มที่จะรายงานอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า 20% สำหรับปี 2557 (แต่ลดลงจาก 22.4% ในปี 2556 เนื่องจากไม่มีโครงการคืนภาษีรถคันแรกสำหรับสามไตรมาสสุดท้ายของปี)









