วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

ถ้าแรงขายต่างชาติยังไม่หนัก SET น่ายืนแกว่งเหนือ 1,425 จุด ได้ เป้า 1,465-1,480 จุด

SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ แม้ว่าตัวเลขการส่งออกเดือน ก.ย.2556 ของไทยจะถูกประกาศออกมาลดลง 7.1% YoY แต่การที่ตัวเลขการนำเข้าปรับตัวลดลงเช่นกัน 5.2% YoY ส่งผลให้ตัวเลขดุลการค้าเกินดุลเป็นครั้งแรกของปีราว 473 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าอีกครั้งในศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเรามองว่าจะส่งผลให้แรงขายของนักลงทุนต่างชาติไม่เข้ามากดดัน SET ในระยะสั้น และจะชดเชยแรงขายของกองทุนในประเทศได้ ทั้งนี้จากสถิติ 91 วันที่ SET ปรับตัวลงในปีนี้ (จาก 203 วันทำการ) มีเพียง 43 วัน หรือ 47% เท่านั้นที่ SET ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับแรงขายของกองทุนในประเทศ ขณะที่มีถึง 63 วัน หรือ 70% ที่ SET ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ดังนั้นถ้านักลงทุนต่างชาติยังไม่ขายหนักๆออกมา มีโอกาสเห็น SET ดีดกลับไปเหวี่ยงตัวในกรอบ 1,465-1,480 จุดอีกครั้งในระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ดีถ้าพลิกหมุนลงต่ำกว่า 1,425 จุด มีโอกาสที่ SET จะไหลลงไปที่ 1,380-1,350 จุดเร็วมาก

- ความเป็นไปได้ที่เฟดจะคงขนาดมาตรการ QE ในการประชุม FOMC วันที่ 29-30 ต.ค. เป็นปัจจัยหนุนต่อทิศทางของ Fund Flows ในตลาดหุ้นภูมิภาค โดยที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (17-23 ต.ค.) มีกระแสเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดหุ้นโลกถึง 2.14 หมื่นล้านดอลลาร์ และตลาดหุ้นเอเชียมีเงินทุนไหลเข้าราว 1.02 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ในกลุ่ม TIPs ตลาดหุ้นไทย และอินโดนีเซียมีกระแสเงินทุนไหลเข้าราว 51 และ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สวนทางกับตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ที่มีเงินทุนไหลออกราว 1 ล้านดอลลาร์

- กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ถ้า SET ยังถอยไม่ต่ำกว่า 1,425 (+/-5) จุด ยังลุ้น “ถือสู้” หรือ “อ่อนตัวซื้อ” เป้า 1,480 จุด ขณะที่ต่ำกว่า 1,425 (+/-5) จุด แนะนำ “ขาย” กลับมาถือเงินสด 100% สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ยังแนะนำ “คงสัดส่วนการถือหุ้น” ที่ 75% โดยที่เน้นหุ้น SAMART, SIM, MFEC, SYMC, PS, LH, SPALI, KCE, SVI, BCP, RS, BEC, AH, GLOBAL และ CPALL