2โบรกฯสอนการบ้านนักลงทุนระหว่างลุยสังเวียนหุ้น ให้ดูกระแสฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้น-บอนด์ เตือนอย่าเล่นตามกระแส ระวัง "ติดดอย"
นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในปัจจุบันถือว่ามีความสำคัญกับทิศทางของตลาดหุ้นทั้งในไทยและทั่วโลก โดยกลยุทธ์ที่ใช้ในการจับตาทิศทางการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมีหลายแนวทาง ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ควรฝึกจับตาเพื่อให้การลงทุนเกิดผลกำไรมากกว่าขาดทุน
ปัจจัยแรกที่ต้องพิจารณา คือ ทิศทางค่าเงินบาทเปรียบเทียบกับเงินดอลลาร์ หากแข็งขึ้นแสดงว่าจะมีเงินไหลเข้า รวมถึงการซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุน หากนักลงทุนต่างชาติขายติดต่อกันหลายวัน แสดงว่ามีนัยยะสำคัญที่จะมีเงินไหลออก ซึ่งเงินไหลออกจากตลาดหุ้นอาจไปสู่ตลาดตราสารหนี้แทน ไม่จำเป็นต้องย้ายเงินออกจากไทย
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติจะมีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนในการลงทุน หากพิจารณาแล้วว่าจะถือยาวก็จะถือยาว หากพิจารณาว่าจะถือสั้นก็จะมีการขายออกเร็ว ไม่เหมือนนักลงทุนไทยที่ไม่มีกฎเกณฑ์แน่ชัด โดยนักลงทุนไทยจะเล่นหุ้นตามทิศทางตลาดซึ่งอาจจะช้ากว่าแนวโน้มการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ จนทำให้ "ติดดอย" และขาดทุนได้
"ส่วนที่บอกว่าเล่นหุ้นตามต่างชาติแล้วจะได้กำไรนั้น ก็มีความเป็นไปได้ แต่นักลงทุนไทยไม่ค่อยเชื่อทั้งหมด นักลงทุนต่างชาติจะ CUT แล้วขาย แต่นักลงทุนไทยชอบ CUT แล้วถือ จึงเห็นนักลงทุนหลายคนที่ยังติดอยู่บนดอยที่ 1,650 จุดอยู่ ตอนนั้นต่างชาติขาย เราซื้อสวนขึ้นไป ก็อากาศดีเลยตอนนี้ติดดอยเต็มไปหมด หุ้นร่วงจาก 1,280 จุด เด้งขึ้นมา 300 กว่าจุดแล้วก็ยังไปไหนไม่ได้"
นายกัณฑรา กล่าวอีกว่า การลงทุนตามนักลงทุนต่างชาติไม่ได้รับประกันว่าจะมีกำไรเสมอไป เพราะเมื่อนักลงทุนจะเข้าหรือออกจากตลาดหุ้นจะดูเพียงแนวโน้มค่าเงินบาท หรือพอร์ตลงทุน คงไม่สามารถการันตีได้ ประเด็นสำคัญคือนักลงทุนควรศึกษาหาข้อมูลตามรายบริษัทที่นักลงทุนต่างชาติเลือกเข้าไปลงทุน และจับตาข่าวประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นกับบริษัทนั้น รวมทั้งแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติด้วย หากยังมีไหลเข้ามาต่อเนื่อง สม่ำเสมอก็สามารถซื้อได้
"การศึกษาหาข้อมูลเองเป็นเรื่องที่ดีกว่าจะไปซื้อตามกระแส การซื้อตามกระแสเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่ว่าหุ้นตัวนี้ขึ้นแรงมาก ขึ้นต่อเนื่อง แต่เราดูแล้วว่าพื้นฐานไม่ดี ก็ไม่ควรไปไล่ซื้อ เพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ว่านักลงทุนต่างชาติจะเทขายเมื่อใด กว่าเราจะรู้ตัวเราก็ติดดอยไปแล้ว" นายกัณฑรา ระบุ
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บล. ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่นักลงทุนต่างชาติเทขายออกจากตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก โดยตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงวันที่ 24 ต.ค. นักลงทุนต่างชาติเทขายแล้ว 104,063.15 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันเป็นฝ่ายซื้อสูงสุดที่ 82,340.18 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 21,168.54 ล้านบาท และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 554.42 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มียอดซื้อสุทธิประมาณ 53,211.23 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากพิจารณาจากทิศทางเงินทุนไหลเข้าในปัจจุบัน เชื่อว่า เงินทุนจะยังไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทยอยู่ แต่อาจไม่อยู่ในระดับสูงเหมือนช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเมื่อธนาคารกลางสหรัฐถอนมาตรการคิวอี ซึ่งคาดว่าจะทยอยลดมาตรการคิวอีในช่วงเดือน มี.ค.ปีหน้า ก็จะทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นทั่วโลกกลับไปสู่สหรัฐแทนได้ ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกไม่หวือหวาเหมือนที่ผ่านมา
ดังนั้นหากไทยต้องการดึงเงินลงทุนจากต่างชาติก็ควรมีการลงทุนที่ชัดเจน อย่างโครงการ 2 ล้านล้านบาท!









