"ทวิตเตอร์"แนวโน้มสดใสหลังทำไอพีโอ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ยังเก็บหุ้นต่อไป แม้เข้าจดทะเบียนในตลาด หวังสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ "ทวิตเตอร์" รวมถึงผู้ร่วมก่อตั้ง "อีแวน วิลเลียมส์" ซึ่งมีหุ้นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ เตรียมที่จะเก็บหุ้นที่ถือหุ้นต่อไป แม้บริษัทจะเข้าจดทะเบียนในตลาด ตอกย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในโอกาสการเติบโตของบริษัท
เอกสารที่ทวิตเตอร์ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ หรือ เอสอีซี ฉบับล่าสุด ระบุว่า บริษัทเตรียมที่จะระดมทุนให้ได้มากถึง 1,400 ล้านดอลลาร์ ด้วยการขายหุ้นจำนวน 70 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละประมาณ 17-20 ดอลลาร์ พร้อมกับเตรียมหุ้นไว้ขายเพิ่มเติมอีกจำนวน 10.5 ล้านหุ้น กรณีที่มีผู้ต้องการลงทุนเกินกว่าโควตาที่จัดสรรไว้
หลังจากที่ทวิตเตอร์ขายไอพีโอมูลค่า 1,140 ล้านดอลลาร์ได้ นายวิลเลียมส์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในทวิตเตอร์ จะถือหุ้นกว่า 10% ขณะที่บริษัทในเครือ "ริซวี่ ทราเวิร์ซ แมเนจเมนท์" จะถือหุ้นเกือบ 16% มูลค่า 1,700 ล้านดอลลาร์
ด้วยการการนำบริษัทเข้าตลาดหุ้นนี้ ชี้ให้เห็นว่าบรรดานักลงทุนในทวิตเตอร์กำลังมีความมั่นใจเกี่ยวศักยภาพของกับบริษัทในการดึงดูดเม็ดเงินจากผู้ใช้กว่า 200 ล้านราย ซึ่งต่างกับ "เฟซบุ๊ค" ที่กลุ่มผู้ลงทุน เช่น แอคเซล พาร์ทเนอร์ และโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป ได้ยอมขายหุ้นจำนวนมากกว่าที่วางแผนไว้ตอนแรกในการขายหุ้นไอพีโอของเฟซบุ๊คเมื่อเดือนพฤษภาคม 2555
บรรดานักลงทุนในปัจจุบันอาจยังคงเสนอขายหุ้นก่อนหน้าการขายไอพีโอ ซึ่งมีกำหนดที่จะตั้งราคาในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้ และเมื่อทวิตเตอร์เข้าสู่ตลาดหุ้นแล้ว เหล่าเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการ และผู้ถือหุ้นปัจจุบัน จะไม่สามารถขายหุ้นได้เป็นเวลา 180 วัน หรือ 6 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาห้ามคนในบริษัทซื้อขายหุ้นที่เรียกว่า "ล็อคอัพ" ขณะที่ลูกจ้างที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหารบางรายอาจจะยังมีสิทธิ์ขายหุ้นจำนวนเกือบ 10 ล้านหุ้นได้เร็วที่สุดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้









