โบอิง ประกาศแผนเพิ่มการผลิตเครื่องบิน 787 ดรีมไลเนอร์ หลังบริษัทรายงานรายได้ไตรมาส 3 ดีเกินคาด พร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มรายได้ตลอดทั้งปี
นายจิม แมคเนอร์นีย์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) โบอิง โค 1 ใน 2 ผู้ผลิตเครื่องบินพาณิชย์รายใหญ่สุดของโลก จากสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องบินรุ่น 787 ดรีมไลเนอร์ ให้ได้ 10 ลำต่อเดือน ภายในสิ้นปีนี้ และมีแผนที่จะผลิตให้ได้ 12 ลำต่อเดือน ภายในปี 2559 ก่อนจะเพิ่มขึ้นให้ถึง 14 ลำต่อเดือน ภายในสิ้นทศวรรษนี้
แผนการเพิ่มกำลังผลิตดังกล่าว เป็นไปตามคำเรียกร้องของสายการบินต่างๆ ที่รอการส่งมอบเครื่องบินอยู่ เนื่องจากมีสายการบินจำนวนมากขึ้น ที่ต้องการจะได้รับเครื่องบินเร็วขึ้น ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว นายแมคเนอร์นีย์ ระบุว่า อุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ ยังคงเป็นตลาดที่น่าดึงดูดทั้งในระยะใกล้ และระยะยาว
ในไตรมาส 3 โบอิง มีกำไรจากการดำเนินงาน จากหน่วยงานด้านเครื่องบินพาณิชย์เพิ่มขึ้นถึง 40% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งช่วยชดเชยกับกำไรที่ลดลง 19% ในหน่วยงานด้านกลาโหม
อย่างไรก็ดี นายแมคเนอร์นีย์ ยอมรับว่า ยังไม่พอใจกับความน่าเชื่อถือในการใช้งานเครื่อง 787 หลังเครื่องบินเกิดปัญหาเป็นระลอก รวมถึง การเกิดปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี จนทำให้ต้องหยุดบินในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ยืนยันว่า บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่
ทั้งนี้ โบอิง ประกาศผลกำไรในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,160 ล้านดอลลาร์ เทียบกับจำนวน 1,030 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.51 ดอลลาร์ พร้อมประกาศปรับแนวโน้มรายได้ตลอดทั้งปีให้สูงขึ้น โดยคาดว่า กำไรต่อหุ้นตลอดทั้งปีนี้ จะอยู่ที่ราว 6.50-6.65 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้โดยรวมของบริษัทที่ราว 83,000 - 86,000 ล้านดอลลาร์
บริษัทเผยด้วยว่า จนถึงขณะนี้มียอดค้างส่งเครื่องบินพาณิชย์อยู่ราว 4,800 ลำ อย่างไรก็ดี ยอดสั่งซื้อในหน่วยงานด้านกลาโหม และอวกาศกลับร่วงลงมาอยู่ที่ 70,000 ล้านดอลลาร์ จากจำนวน 71,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อนหน้านี้









