วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธนินท์แนะรัฐเสริมพันธมิตร'จีน-ญี่ปุ่น'

เจ้าสัวซีพีแนะรัฐกระจายการพึ่งพาชาติพันธมิตร หันมอง"จีน-ญี่ปุ่น"ที่เริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดการเมือง หลังศก.สหรัฐ-ยุโรปชะลอ ดันเอเชียผงาด

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เศรษฐีอันดับหนึ่งของไทยตามการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ กล่าวปาฐกถาหัวข้อ "โอกาสของนักธุรกิจไทยใน AEC" โดยเขามองว่าเศรษฐกิจโลกปีนี้ เป็นปีแห่งการพลิกประวัติศาสตร์การเติบโต ที่จะเทน้ำหนักมายังฝั่งเอเชียมากขึ้น ซึ่งจะเป็นแม่เหล็กหลักของโลกในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไหลเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก แม้ว่าบางช่วงเวลาสัญญาณเศรษฐกิจโลก จะมีเงินทุนไหลกลับจากประเทศในฝั่งเอเชีย ไปยังยุโรป แต่มองว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ โดยเขาเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจขาขึ้นจะอยู่ในฝั่งเอเชีย เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปยังอยู่ในภาวะชะลอตัว

"ที่ผ่านมา บางช่วงทำท่าว่าเศรษฐกิจอเมริกาจะฟื้นตัว จนดึงเงินกลับไปมูลค่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน แต่ก็ยังถือว่าเป็นภาวะชั่วคราวที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากนัก เพราะไทยยังมีพื้นฐานเศรษฐกิจดี มีเสถียรภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง จากการสะสมเงินทุนสำรองไว้สูง ตรงกันข้ามกับประเทศอื่นอย่างอินเดีย และอินโดนีเซียจะที่ได้รับผลกระทบจากการไหลกลับไปกลับมาของเงินทุน รับผลโดยตรงต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน" นายธนินท์ ระบุ

เอเชียเปรียบเหมือนเนื้อดีที่อเมริกาต้องหันพึ่งพาเป็นหลัก ขณะที่จีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มาแย่งก้อนเนื้อก้อนนี้ รัฐบาลจึงต้องรู้ว่าจุดใด และใครสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ เพื่อที่จะกำหนดนโยบายที่เหมาะสมเสริมสร้างความแข็งแกร่งของชาติได้

ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังมองถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างโอกาสในการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะเกิดขึ้นในปลายปี 2558 ว่า จะสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยอย่างมาก ในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะหากมีการลงทุนรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐมูลค่า 2 ล้านล้านบาท จะทำให้ไทยชิงความได้เปรียบในการเป็นประเทศน่าสนใจลงทุนในสายตานักลงทุนต่างชาติ

เขายังบอกด้วยว่า ภาคการท่องเที่ยวควรใช้โอกาสที่จีนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยรัฐจึงควรกำหนดนโยบายต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน อาทิ การลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้จ่ายในไทย หากจับกลุ่มตลาดแค่ 10% ของจำนวนประชากรจีนที่รวยขึ้นจำนวน 700 ล้านคน ก็จะทำให้ประเทศไทยเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนได้มากขึ้น เขายังเห็นด้วยกับการยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวจีน ว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่เปิดทางเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวจีนให้เดินทางเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น

นายธนินท์ ยังกล่าวว่า การที่จีนมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจมากขึ้น จะทำให้อนาคตการลงทุนมีความสดใสในหลายกลุ่มธุรกิจ รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายไม่ควรพึ่งพิงประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นหลัก แต่ควรกำหนดนโยบายกระจายการพึ่งพาพันธมิตรในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น ที่ทั้งสองประเทศเริ่มผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมืองลง เนื่องจากจีน มีนโยบายลดความขัดแย้งกับทุกประเทศ รวมถึงเหตุความขัดแย้งในทะเลจีนใต้กับเวียดนาม จีนก็ดึงกลุ่มประเทศในอาเซียนเข้ามามีผลประโยชน์ร่วมกัน

ระบุวูมาร์ทเสริมทัพค้าปลีกในจีน

ตามที่สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่าเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า บริษัท วูมาร์ท ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ในจีน มีแผนเข้าถือหุ้นใน “ซีพี โลตัส” ซึ่งถือหุ้นโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ของเจ้าสัว ธนินท์ เจียรวนนท์ และ ครอบครัว ในเรื่องนี้ ธนินท์ ยอมรับว่า ดีลดังกล่าวใกล้จะบรรลุข้อตกลงแล้ว โดยความร่วมมือดังกล่าว จะช่วยให้ธุรกิจโลตัสในจีนขยายกิจการและทำกำไรค้าปลีกในประเทศจีนได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจาก วูมาร์ท เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความชำนาญในพื้นที่ทางเหนือของจีน จึงแบ่งพื้นที่ให้ วูมาร์ท ดูแลพื้นที่ทางภาคเหนือ ส่วน ซีพีโลตัส ในจีนชำนาญแถบภาคใต้ก็ยังคงดูแลพื้นที่แถบภาคใต้ต่อไป ถือว่าเป็นกลยุทธ์ร่วมมือกันกับธุรกิจค้าปลีกในท้องถิ่น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันค้าปลีกในจีน

"ทั้งสองบริษัทช่วยเสริมความแข็งแกร่งค้าปลีกในจีน เพราะจีนเป็นตลาดใหญ่ จึงต้องร่วมมือกัน"