ภาวะตลาดที่ผ่านมา : ต้นสัปดาห์ตลาดหุ้นไทยดัชนีปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย
ซึ่งเป็นการปรับลงหลังจากกังวลความยืดเยื้อในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 57
และการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐฯที่ใช้ระยะเวลาเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เชิงลบต่อ sentiment ของตลาด การขยายเพดานหนี้ของสหรัฐ ที่ยืดเยื้อมาเกือบ 1 สัปดาห์ และการที่สภาครองเกรสทั้งส.ส.และส.ว. จะพิจารณา 2 เรื่องนี้ควบคู่กัน ยิ่งใช้ระยะเวลาในการพิจารณามากขึ้น ส่งผลต่อ sentiment ของตลาดไม่ค่อยดีนัก
ตลาดหุ้นไทยช่วงกลางสัปดาห์ยังผันผวนค่อนข้างมาก แต่เป็นการผันผวนในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ จากปัจจัยที่นักลงทุนคาดว่าในระยะสั้นการชะลอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ(QE)ยังเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐได้รับผลกระทบจากปัญหาการเพิ่มเพดานหนี้(Debt Ceilling)และปัญหางบประมาณที่ทำให้สหรัฐฯต้องปิดหน่วยงานบางส่วนไป ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐยังมีความอ่อนแอ ในขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยูโรโซนเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมทั้งปัจจัยบวกภายในประเทศ หลังจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ไม่ขัดต่อบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ตลาดมีการปรับตัวขึ้นแรง
ช่วงปลายสัปดาห์ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรง รับข่าวดีประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐประกาศแต่งตั้งนางเจเน็ต เยลเลน เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)คนใหม่ต่อจากนายเบน เบอร์นันเก้ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอการรับรองจากวุฒิสภาเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยตลาดมองว่านางเยลเลน จะมีการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลาย คาดว่าจะมีการคงมาตรการ QE ต่อไป
ปัจจัยด้านเทคนิค : การเคลื่อนไหวของตลาดแกว่งขึ้น หลังจากเคลื่อนไหวตัดแนวเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันขึ้นไปได้ที่ระดับ 1416 จุด และผ่านแนวต้าน 1440 จุด รวมถึง RSI, MACD ส่งสัญญาณเชิงบวก
กราฟรายวันของดัชนี SET Index สัปดาห์ก่อน ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้น หลังจากตัดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันขึ้นไปได้
เครื่องมือทางเทคนิค MACD แสดงค่าบวก และ RSI ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 1 สัปดาห์
สรุป ระยะสั้น แกว่งตัวขึ้น-ปรับขึ้นทดสอบ 1500 จุด ส่วนระยะกลางมีสัญญาณ sideway-up ที่กรอบ 1440-1500 จุด
กลยุทธ์การลงทุน : สำหรับนักลงทุนระยะสั้น : SET ดีดขึ้นด้วยแรงซื้อจากต่างชาติและ Flow เงินเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด เราคาดหวังเชิงบวกต่อการแก้ไขด้านการปิดหน่วยงานราชการและเพดานหนี้สหรัฐฯได้ก่อน 17 ต.ค. ดังนั้นจึงคาดหวังในระดับต่อไปได้ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะมี Sentiment เชิงบวกอย่างมาก
ในระยะสั้นจากนี้โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตลาดหุ้นเกิดใหม่ TIP (ไทย, อินโดนีเซีย, และฟิลิปปินส์) เนื่องจากมีสภาวะที่ Sensitive ต่อการเคลื่อนไหวด้านค่าเงินที่ผูกติดกับ US$ ประเมินวันนี้ หาก SET อยู่เหนือแนวรับ 1,440 จุด จะคาดหวังแรงซื้อเข้าสู่ตลาดต่อเนื่องในกรอบ 1,440-1,480 จุด แนะนำเลือกซื้อหุ้นเก็งกำไร เน้น Big-cap ธนาคาร (KBANK, BBL) และพลังงาน (PTTEP, PTT)









