คาดกำไร 3Q13 อ่อนตัวตามฤดูกาล แต่จะกลับมาดีขึ้นใน 4Q13
ระยะสั้น กำไรสุทธิ บมจ. เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) อาจไม่สดใสนักใน 3Q13 เพราะเป็น Low Season และยังได้รับผลกระทบของกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่เชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และคาดเห็นกำลังซื้อฟื้นตัวอีกครั้งในปีหน้า จากจำนวนสาขาใหม่ และยอดขายสาขาเดิมที่ต่ำกว่าคาด
เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2013 ลงราว 21% เป็น 1.99 พันล้านบาท (-2.6% Y-Y) และคาดเห็นกำไรสุทธิกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2014 ราว 15.3% เป็น 2.29 พันล้านบาท ด้วยแผนขยายสาขาปีละ 50 - 60 แห่ง นอกจากนี้เรายังชอบฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท ด้วยการเป็นธุรกิจเงินสดและปัจจุบันไม่มีภาระหนี้ที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยจ่าย และเชื่อว่าด้วยเงินที่ได้รับจากการขายหุ้น IPO ทำให้บริษัทมีโอกาสสร้างการเติบโตด้วยการเข้าซื้อกิจการอื่นก็เป็นได้
จากการปรับลดกำไรปี 2013 ทำให้ราคาเป้าหมายปี 2013 ปรับลงเป็น 53 บาท จากเดิม 67 บาท อย่างไรก็ตาม เราปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2014 เท่ากับ 61 บาท (อิง PE เดิม 24 เท่า) เพื่อสะท้อนการผ่านจุดต่ำสุดในปีนี้แล้ว และจะฟื้นตัวดีในปีหน้า และมีความเป็นไปได้ที่อาจจ่ายเงินปันผลปีนี้ราว 1.54 - 2.19 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลที่ 70% - 100% ของกำไรสุทธิ) คิดเป็น Yield ราว 3.2% - 4.5% คงคำแนะนำซื้อลงทุน
แนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q13 จะเป็นกำไรต่ำสุดของปีนี้
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q13 อยู่ที่ 468 ล้านบาท (-2.7% Q-Q, -7.9% Y-Y) สาเหตุที่กำไรไม่สดใสนัก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากช่วง Low Season ของธุรกิจ รวมถึงได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยมองเป็นกำไรต่ำสุดของปีนี้
อย่างไรก็ตาม การลดลงของกำไร Q-Q เพียงเล็กน้อย มาจากการปรับขึ้นราคาอาหารช่วงปลายเดือน มิ.ย. ราว 4% กอปรกับการขยายสาขาใหม่ราว 9 แห่งใน 3Q13 แบ่งเป็น 4 MK และ 5 ยาโยอิ จึงช่วยลดผลกระทบ จากการลดลงของยอดขายสาขาเดิมได้บางส่วน ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น เราคาดว่าจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 66% จาก 66.5% ใน 2Q13 และ 67.7% ใน 3Q12 ในขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายยังอยู่ในระดับสูงราว 50% จากค่าใช้จ่ายในการเปิดสาขาใหม่, ค่าไฟฟ้า และค่าแรงงาน
คาดเห็นกำไรสูงสุดปีนี้ใน 4Q13 และจะเติบโตดีอีกครั้งในปีหน้า
หากกำไรสุทธิ 3Q13 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 9M13 อยู่ที่ 1,435 ล้านบาท (-10.3% Y-Y) และคาดมีจำนวนสาขาสิ้น 3Q13 ที่ 475 แห่ง (370 MK, 105 ยาโยอิ) โดยเป็นการเปิดสาขาใหม่ 9M13 เพียง 30 แห่ง ในขณะที่บริษัทยังคงเป้าหมายสาขาใหม่ปีนี้ที่ 65 แห่ง นั่นหมายถึงต้องเปิดสาขาใหม่ใน 4Q13 ถึง 35 แห่ง เรามองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ดังนั้นเราจึงปรับลดจำนวนสาขาใหม่ในปีนี้เป็น 50 แห่ง จากเดิม 65 แห่ง พร้อมกับปรับลดอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเป็น 0% จากเดิม 3% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว เป็นผลให้เราปรับลดกำไรสุทธิปี 2013 ลงจากเดิมราว 21% เป็น 1,988 ล้านบาท (-2.6% Y-Y) โดยคาดกำไรสุทธิจะสูงสุดปีนี้ใน 4Q13 เพราะเป็น High Season
ส่วนแนวโน้มกำไรสุทธิในปี 2014 จะกลับมาเติบโตอีกครั้งภายหลังการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อผ่านจุดต่ำสุดแล้วและจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นในปีหน้า โดยบริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่ปีหน้าราว 50 - 60 สาขา และตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายไว้ที่ 10% - 15% Y-Y ในขณะที่คาดว่าจะไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายอีก หลังจากนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น IPO ชำระหนี้ PN ทั้งจำนวนที่ 800 ล้านบาทแล้วเสร็จ เราจึงคาดกำไรสุทธิปี 2014 จะเติบโต 15.3% Y-Y เป็น 2,292 ล้านบาท
เรายังประทับใจฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และคาดหวังปันผลที่ดี
ภายหลังได้รับเงินจากการขายหุ้น IPO สูงราว 9 พันล้านบาท และชำระหนี้ PN แล้วเสร็จ ทำให้ปัจจุบันบริษัทไม่มีภาระหนี้ที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยจ่ายอีก แม้บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ แต่จากความต้องการใช้เงินลงทุนในการขยายสาขาใน 1 - 2 ปีนี้เพียงปีละ 500 - 600 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องค่อนข้างสูง
ดังนั้นจึงคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทอาจจ่ายปันผลปีนี้อยู่ที่ราว 1.54 - 2.19 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราการจ่ายที่ระดับ 70% - 100% ของกำไรสุทธิ สูงกว่านโยบายที่ไม่ต่ำกว่า 50%) คิดเป็น Yield ราว 3.2% - 4.5% นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการสร้างการเติบโตด้วยการพิจารณาเข้าซื้อธุรกิจอาหารในประเทศ เพื่อกระจายฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น นอกเหนือจาก 2 แบรนด์ที่แข็งแกร่งอย่าง MK สุกี้ และอาหารญี่ปุ่น ยาโยอิ ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยประเทศที่เข้าไปลงทุนแล้วได้แก่ ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และเวียดนาม และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดสาขาแรกในประเทศที่มีศักยภาพอย่างอินโดนีเซีย








