วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์ไม่ห่วงสภาพคล่องตึงเชื่อธปท.เอาอยู่

แบงก์ไม่ห่วงสภาพคล่องตึง เชื่อธปท.ดูแลได้ ไม่กดดันให้ดอกเบี้ยต้องปรับขึ้น แบงก์กรุงเทพยันสภาพคล่องเพียงพอ แม้ 9 เดือนแรกเงินฝากโตต่ำ 2%

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) เปิดเผยถึงสัดส่วนสินเชื่อเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ที่ปรับเพิ่มขึ้นในรอบ 13 ปีว่า ปัจจุบันสภาพคล่องในประเทศยังมีเพียงพอรองรับความต้องการในอนาคตทั้งโครงการลงทุนของภาคเอกชนและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทของภาครัฐที่จะมีขึ้นในปีหน้า แม้ว่าในอนาคตแนวทางการลดมาตราการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐจะทำให้เงินที่ไหลเข้าลดลงและสภาพคล่องจะเริ่มตึงตัวมากขึ้น แต่เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เข้ามาดูแลสภาพคล่องในระบบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ในส่วนของธนาคารยังมีสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ในระดับ 88-89% ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสม แต่การแข่งขันระดมเงินฝากยังคงมีให้เห็นอยู่ ขณะที่สินเชื่อของธนาคารตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาขยายตัวได้ดีในทุกกลุ่มธุรกิจ เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปีที่ 6-7% และเชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปียังมีแนวโน้มการขยายตัวได้ต่อเนื่อง

"เรื่องลดคิวอีลง สหรัฐมีแผนอยู่แล้ว อาจจะมีผลต่อเงินไหลเข้าที่ลดลง แต่แบงก์ชาติก็ดูแลได้และแต่ละแบงก์ก็พยายามส่งเสริมการออม เพื่อรองรับโครงการลงทุนในอนาคต ดังนั้นสภาพคล่องที่ตึงตัวในขณะนี้ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน 2 ล้านล้านบาทในอนาคต ซึ่งการใช้แม็ดเงินในโครงการดังกล่าวจะเป็นการทะยอยเบิกใช้ในระยะ 5-7 ปีข้างหน้า โดยธนาคารจะนำมาเป็นปัจจัยหนึ่งในการตั้งเป้าหมายสินเชื่อปี 2557 ด้วย รวมถึงความต้องการสินเชื่อจากภาคส่วนอื่นด้วยเช่นกัน"

อย่างไรก็ตามจากตัวเลข ธ.พ.1.1 ที่ธนาคารพาณิชย์รายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)พบว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาการขยายเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ตึงตัวมากขึ้น โดยอัตราการขยายตัวของเงินฝากอยู่ในระดับ 5.5% ต่ำกว่าเงินให้สินเชื่อที่ขยายตัว 6.7% ซึ่งธนาคารส่วนใหญ่มีการเพิ่มขึ้นของเงินฝากในอัตราต่ำกว่าเงินให้สินเชื่อ ยกเว้นธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทิสโก้ และธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ที่เงินฝากยังโตมากกว่าสินเชื่อ ส่วนธนาคารกรุงเทพเป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ที่มีเงินฝากเพิ่มขึ้นน้อยกว่าสินเชื่อ โดยเพิ่มขึ้นเพียง 1.95% เทียบกับสินเชื่อที่โตได้ 5%