วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดไม่ปรับเวลาซื้อขาย สกัดแก๊งค์4โมงเย็น

ตลาดฯยันไม่ปรับเวลาซื้อขายหุ้นให้ตรงกับตลาดอื่นในภูมิภาค สกัดแก๊งค์ 4 โมงเย็น ระบุจากนี้จนถึงสิ้นปีดัชนีผันผวน เงินนอกไหลกลับไม่เท่าไหลออก

นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯไม่มีแผนที่จะปรับเปลี่ยนเวลาการซื้อขายหลักทรัพย์ให้ตรงกับตลาดอื่นในภูมิภาค จากปัจจุบันตลาดหุ้นไทยปิดช้ากว่าตลาดอื่นประมาณ 1 ชั่วโมง ทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนแรงในช่วงท้ายตลาด หากมีข่าวหรือปัจจัยเข้ามากระทบ ทั้งในด้านบวกและด้านลบ เพราะเป็นตลาดเดียวในภูมิภาคที่นักลงทุนจะสามารถซื้อขายได้

"หลังมีประเด็นแก๊งค์ 4 โมงเย็น ทำให้ตลาดคิดเหมือนกันว่าควรจะปรับเวลาเทรดหรือไม่ เพราะการที่เปิดเทรดยาวกว่าตลาดอื่น ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น หรือ ลงเร็วกว่าตลาดอื่น เพราะนักลงทุนเห็นว่าไทยเป็นตัวแทน (พร็อกซี่)ของภูมิภาค หากเห็นว่าแนวโน้มในวันถัดไปดัชนีมีโอกาสขึ้น ก็จะซื้อก่อน แต่ถ้าลงก็จะขายที่ไทยก่อน ”

อย่างไรก็ตาม หลังพิจารณาแล้วตลาดหลักทรัพย์ ยังไม่มีแผนจะปรับเวลาเทรด เพราะเห็นว่าการเปิดเทรดยาวกว่าที่อื่น เป็นจุดที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยแตกต่าง และสามารถเป็นจุดขายได้ เพียงแต่จะต้องหาแนวทางในการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดให้มากขึ้น ให้มีนักลงทุนต่างชาติที่หลากหลาย และเพิ่มสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศ เพื่อลดความผันผวนจากการซื้อขายของนักลงทุนที่ซื้อขายในช่วงท้ายตลาด

ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการพิจารณาสัดส่วนนักลงทุนแต่ละกลุ่มที่เหมาะสมแล้ว จะมีการเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)พิจารณาในเร็วๆนี้ เบื้องต้นสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติน่าจะอยู่ที่ระดับ 25% ขณะที่สัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศน่าจะอยู่ในระดับ 10% ของการซื้อขายทั้งหมด เป็นต้น จากข้อมูลในเดือนส.ค.ที่นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วน 26.37% บัญชีบล. 16.65% นักลงทุนสถาบัน 8.79% และนักลงทุนบุคคลในประเทศ 48.18%

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทย แม้ว่าดัชนีจะปรับขึ้นแรง จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้ามา แต่แนวโน้มคงไหลกลับไม่มากเท่ากับช่วงที่ไหลออกในเดือน ส.ค. ที่เดือนเดียวเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ และตลาดหุ้นกว่า 1 แสนล้านบาท และจากนี้จนถึงสิ้นปีตลาดหุ้นยังมีความผันผวนอยู่ จากสถานการณ์ในตลาดโลก นักลงทุนจึงควรติดตามสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสถานการณ์ในสหรัฐ