สสส.ส้มหล่น รัฐปรับเก็บภาษีเหล้า งบเพิ่มตามสัดส่วน 2% ของภาษีบาป คาดเพิ่มรายได้ 300-400 ล้านบาท รองประธาน สสส.ยันใช้งบมีประสิทธิภาพ
นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ดสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงกรณีที่ครม.อนุมัติให้มีการปรับการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะส่งผลภาษีถูกจัดเก็บเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้งบประมาณ สสส. เพิ่มขึ้นตามด้วยนั้น ว่า งบประมาณ สสส.คงต้องเพิ่มตามสัดส่วนตามที่กฎหมายกำหนดที่ร้อยละ 2 ของภาษีที่จัดเก็บได้ เมื่อเก็บภาษีมากขึ้น งบประมาณย่อมมากขึ้นตาม แต่หากภาษีลดน้อยลง งบที่ได้ก็คงต้องลดลงเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันงบของ สสส.เท่าที่จำได้อยู่ที่ราว 4,000 ล้านบาท ซึ่งในรายละเอียดต้องสอบถาม ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส. ทั้งนี้หากที่มีการนำเสนอผ่านสื่อว่าการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีแอลกอฮอล์ครั้งนี้จะทำให้มีเงินเข้ารัฐเพิ่มเติมอีก 16,000 ล้านบาท เมื่อเป็นเช่นนั้น หากคำนวณ 2% จะทำให้มีงบประมาณเพิ่มขึ้น 300-400 ล้านบาท
ส่วนงบประมาณที่เพิ่มนั้น จะส่งผลในการสนับสนุนงบประมาณในระบบสุขภาพด้วยหรือไม่นั้น นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า เป็นงบประมาณมี 2 ส่วน คือ งบในส่วนการรักษาพยาบาลและงบการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นงบของ สสส. ซึ่งที่ผ่านมามีการทำงานร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว ทั้งนี้ สสส.แม้ว่าตนจะนั่งเป็นประธานแต่ก็เป็นเพียงแค่เสียงเดียวเท่านั้น และการใช้งบประมาณต้องมีความชัดเจน ต้องมีโครงการในการดำเนินงาน
ด้าน นพ.วิชัย โชควิฒน์ รองประธานบอร์ด สสส. กล่าวว่า กรณีการปรับปรุงภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำให้ สสส.ได้งบประมาณเพิ่มนั้น เรื่องนี้ยังไม่ทราบตัวเลข คงต้องขอดูรายละเอียดก่อน ซึ่งเรื่องงบ สสส.นั้นจะฝ่ายการเงินที่คอยติดตามและคำนวณตัวเลขอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ต้องสอบถามจากผู้จัดการ สสส. จะทราบในรายละเอียด โดยบอร์ดจะทราบรายละเอียดภายหลัง อย่างไรก็ก็ตามการใช้งบประมาณของ สสส.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการใช้งบที่มีประสิทธิภาพมาก และนับว่าดีที่สุดในบรรดาหน่วยงานรัฐ โดย สสส.ถือเป็นตัวอย่างองค์กรที่ใช้เงินอย่างคุ้มค่าและมีคุณค่าอย่างมาก แม้ว่าจะเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณโดยไม่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร์ แต่มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณที่เข้มงวดมาก โดยทุกปีต้องมีการทำรายงานเสนอต่อ ครม. สภาผู้แทนราษฎร์ และวุฒิสภา ที่เข้มข้นกว่าหน่วยงานอื่นๆ
นอกจากนี้จากที่เป็นหน่วยงานกองทุน ยังถูกตรวจสอบในรูปแบบเดียวกับเอกชน คือ ต้องถูกตรวจสอบโดยนักบัญชีที่ได้รับอนุญาต ซึ่งที่ผ่านมา สสส.ได้เลือกหน่วยงานนักบัญชีที่เข้างวดที่สุดในการทำหน้าที่ คือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อีกทั้งภายใน สสส.เองยังมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดมาก









