"ชัชชาติ"เผยผู้ว่าการ กทพ.ใช้เก้าอี้เป็นประกันแก้ปัญหาระบบอีซี่พาส ขณะที่ยังพบปัญหายอดเงินแสดงหน้าด่านไม่ตรงกับจำนวนเงินจริง
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังพบปัญหาการแสดงยอดเงินคงเหลือของบัตรอีซี่พาสบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทาง ไม่ตรงกับจำนวนเงินจริงที่เหลือในบัตร ซึ่งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) รายงานว่าเกิดจากการปรับปรุงระบบ โดยปัญหาที่พบคือข้อมูลจากด่านเก็บเงิน ที่ต้องส่งไปยังระบบกลาง เพื่อประมวลผลและส่งข้อมูลกลับ มายังด่านเก็บเงินล่าช้า ส่งผลให้ยอดเงินที่แสดงไม่ตรงกับจำนวนเงินที่เหลือ และมีผู้ใช้บัตรประมาณ 2 หมื่นใบ ที่ไม่มีเงินเหลือในบัตรแต่ยอดแสดงเงินคงเหลือที่ด่านยังมีเงินอยู่ในบัตร ทำให้ไม่สามารถผ่านด่านเก็บเงินได้
"ผมกำชับให้กทพ.เร่งแก้ปัญหาคอขวดในระบบให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้ โดยนายอัยยณัฐ ถินอภัย ผู้ว่าการ กทพ.เอาตำแหน่งเป็นประกันว่าจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตามกำหนด ขณะเดียวกันได้กำชับให้ผู้ว่าการ กทพ.ไปแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บเงิน ซึ่งมีท้ายแถวรถติดหน้าด่านยาวจนทำให้รถที่จะเข้าช่องเก็บเงินอีซี่พาสไม่สามารถเข้าด่านเก็บเงินได้"นายชัชชาติ กล่าว
ส่วนเรื่องการปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษสายเฉลิมมหานคร หรือระบบทางด่วนขั้นที่ 1 ทางพิเศษศรีรัช หรือระบบทางด่วนขั้นที่ 2 และทางพิเศษบูรพาวิถี หรือทางด่วนสายบางนา-ชลบุรี ในอัตราเพิ่ม 5-10 บาท เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น เป็นการปรับขึ้นค่าผ่านทางตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาด้านข้อกฎหมายแล้ว จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าผ่านทาง หากไม่ดำเนินการจะต้องนำงบประมาณไปชดเชยให้กับเอกชน และอาจมีปัญหาฟ้องร้องตามมา รวมทั้งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
"รัฐบาลยืนยันว่าการปรับขึ้นค่าผ่านทาง ไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลนี้ แต่เนื่องจากการปรับขึ้นค่าผ่านทางดังกล่าว เป็นการดำเนินงานตามสัญญาสัมปทานที่ทำอยู่เดิมแล้ว ซึ่งจากการพิจารณาด้านข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ พบว่าจำเป็นต้องปรับตามสัญญาที่กำหนดให้ปรับค่าผ่านทางทุก 5 ปี ซึ่งทางด่วนขั้นที่ 1-2 จะมีการปรับขึ้นค่าผ่านทางอีกเพียง 1 ครั้ง หรือประมาณปี 2561 เพราะสัญญาจะสิ้นสุดในปี 2563 หลังจากนั้น รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดอัตราค่าผ่านทาง ซึ่งอาจจะไม่เก็บเงินค่าผ่านทางก็ได้"นายชัชชาติ กล่าว









