ลงทุนไม่เกิน 1 สัปดาห์ ซื้อเก็งกำไร โดยมี 1,310 จุด เป็นจุด Cut Loss ที่ต้องมีวินัยสูง
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ การที่วานนี้ SET ขยับขึ้นมายืนเหนือ 1,310 จุดได้ ทำให้ในรายสัปดาห์ (Weekly) SET จะขยับกรอบการเหวี่ยงขึ้นจาก 1,270-1,310 จุด มาเป็น 1,310 -1,340 จุด อย่างไรก็ดีการฟื้นตัวของ SET ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง เนื่องจากในพื้นที่ 1,340-1,370 จุด มีโอกาสที่จะถูกแรงขายสลับออกมาบ้าง โดยเฉพาะในช่วงปลายสัปดาห์ที่ตลาดจะกลับมาให้ความสนใจกับประเด็นซีเรียอีกครั้ง เนื่องจากแผนการโจมตีซีเรียจะถูกนำเข้าสภาคองเกรสในวันจันทร์หน้า ทั้งนี้ในฝั่งของ Downside กรณีที่ SET พักตัวลงมาต่ำกว่า 1,310 จุด จะส่งผลให้ SET ลงไปที่ 1,270 จุดเร็วมาก
เรายังคงแนะนำนักลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ให้ “ถือหุ้น 50%” ของพอร์ตต่อไป และให้ใช้โอกาสที่ SET ปรับตัวลงมาอีกครั้งเป็นโอกาสเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นเป็น 75% ของพอร์ต หลังจากที่ล่าสุดงานวิจัยเกี่ยวกับความเปราะบางของภาคการเงิน (Financial Vulnerability) จาก Merrill Lynch (ML) พบว่าจาก 10 ตลาดหลักใน Asia ex Japan ไทยมีคะแนนความเปราะบางต่ำเป็นอันดับที่ 3 (60 คะแนน) รองจากเกาหลีใต้ และใต้หวั่น โดยมีจุดแข็งที่ทำให้เรามั่นใจกับทิศทางของตลาดหุ้นไทยมากขึ้น คือการมีสัดส่วนหนี้ต่างประเทศระยะสั้นเทียบกับเงินทุนสำรองระหว่างประเทศต่ำเพียง 36.4% และมีสัดส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลราว 1.2% ของ GDP ทำให้โอกาสที่ SET จะปรับตัวลงแรงๆเหมือนในช่วงก่อนวิกฤติปี 40 เป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากระดับ P/E และ P/BV ในปัจจุบันของ SET ที่ 14.1 และ 2.0 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 37-39 ที่ SET ซื้อขายที่ระดับ P/E และ P/BV ที่ 20.1 และ 3.0 เท่า
กลยุทธ์การลงทุน : ลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) การเข้า “ซื้อเก็งกำไร” ต้องมี 1,310 จุดเป็นจุด Cut Loss ที่ต้องมีวินัยสูง โดยเน้นหุ้น THCOM, JAS, SAMART, MFEC, SYMC, ITD, SPALI, BANPU, KCE และ BBL ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น” 50% ในหุ้น INTUCH, INET, MODERN, STEC, SRICHA, PTTEP และ STANLY









