วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอราวัณทุ่ม2.5พันลบ.ดันฮอปอินน์รุกตจว.

"ดิ เอราวัณ กรุ๊ป"ทุ่มลงทุนปีหน้า 2.5 พันล้าน สร้างโรงแรมใหม่-ขยายโรงแรมเดิม เดินหน้านำโรงแรมระดับล่าง "ฮอป อินน์" เจาะต่างจังหวัด-อาเซียน

นางกมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป หรือ ERW เปิดเผยว่า ปี 2557 บริษัทมีแผนลงทุน 2,500 ล้านบาท เพื่อลงทุนขยายโรงแรมเดิม 300 ล้านบาท และสร้างโรงแรมแห่งใหม่ 2,200 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย การสร้างโรงแรมที่พัทยา 750 ล้านบาท ที่กระบี่ 300 ล้านบาท และสร้างโรงแรมฮอป อินน์ ซึ่งเป็นโรงแรมระดับล่าง 850 ล้านบาท ทั้งนี้แหล่งเงินจะมาจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และกระแสเงินสดจากการดำเนินการ

ปีนี้บริษัทใช้งบลงทุน 2,400 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและขยายโรงแรมเดิม 700 ล้านบาท และสร้างโรงแรมใหม่ 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นสร้างโรงแรมที่พัทยา 800 ล้านบาท สยาม 120 ล้านบาท และฮอป อินน์ 600 ล้านบาท

ส่วนการลงทุนเพื่อขยายโรงแรมเดิม และก่อสร้างโรงแรมใหม่ในปี 2557 จะเริ่มเห็นรายได้กลับเข้ามาในปี 2558 อย่างมีนัยสำคัญ โดยปี 2557 บริษัทจะเปิดตัว 13 โรงแรม ทำให้บริษัทมีโรงแรมภายใต้การบริหาร 29 โรงแรม คิดเป็นจำนวนห้อง 5,290 ห้อง

เธอกล่าวว่า แบรนด์ฮอป อินน์ เป็นแบรนด์ใหม่ที่บริษัทจะใช้เจาะตลาดระดับล่าง เน้นลูกค้าในประเทศโดยเฉพาะต่างจังหวัด ซึ่งบริษัทประเมินมีความต้องการโรงแรมที่พักอาศัยในต่างจังหวัดอยู่อีกมาก และบริษัทจะใช้โรงแรมแบรนด์ ฮอป อินน์ เพื่อเจาะตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบอาเซียนเช่นกัน คาดจะได้เห็นความคืบหน้าในการไปต่างประเทศในปี 2558 เบื้องต้นจะเปิดโรงแรม ฮอป อินน์ 5 แห่งในต่างประเทศ และวางเป้าจะมีโรงแรมฮอป อินน์ 100 แห่ง ภายในปี 2563

การไปจับตลาดล่างทำให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงพอร์ตโรงแรมได้ และยังเป็นลดความเสี่ยงช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดีนัก หรือนักท่องเที่ยวลดลง อีกทั้งยังทำให้ความสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น เพราะโรงแรมระดับล่าง มีต้นทุนการบริหารที่ต่ำกว่าโรงแรมระดับบน

"นับเป็นก้าวแรกที่บริษัทไปต่างประเทศ และจะไปในแบรนด์ของตัวเอง ที่เน้นเจาะตลาดล่างเพราะว่าต้องการจับความต้องการนักท่องเที่ยวในประเทศนั้นๆ เป็นหลัก อย่างในไทยก็เน้นรองรับความต้องการนักท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือผู้ที่เดินทางในประเทศบ่อยๆ ตอนนี้ก็เริ่มมีการศึกษาแผนไปต่างประเทศแล้ว 2-3 ประเทศ แต่ยังไม่เปิดเผยไม่ได้ ส่วนประเทศที่ไม่ไปก็คือสิงคโปร์ เพราะมีโรงแรมระดับบนจำนวนมาก"

นางกมลวรรณ กล่าวว่า ภาพรวมผลประกอบการปีนี้รายได้รวมจะเติบโต 15% ตามแผน หรือมีรายได้ประมาณ 4,900 ล้านบาท และเชื่อมั่นปี 2558 จะมีรายได้รวม 6,000 ล้านบาทได้ โดยงวด 6 เดือนแรกปีนี้ รายได้รวมมีการเติบโตแล้ว 7% และแนวโน้มครึ่งปีหลังจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยว เฉพาะไตรมาส 3 ปีนี้ รายได้ของบริษัทน่าจะเติบโตราว 15%

ขณะเดียวกัน กำไรก่อนหักภาษี (EBITDA) ปีนี้จะสูงกว่าปีที่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปีนี้เติบโตขึ้นด้วย เพราะบริษัทได้ทยอยปรับอัตราค่าเช่าห้องพักเพิ่มขึ้นเฉลี่ยทั้งกลุ่ม 4-5% และอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 80% จากปีก่อนอยู่ที่ 76%

เธอกล่าวเพิ่มว่า สำหรับความคืบหน้าเรื่องการเพิ่มทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอราวัณ โฮเทล โกรท (ERWPF) ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานก.ล.ต. เพื่อเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหน่วย คาดยื่นไฟลิ่งได้ปีนี้ และปีหน้าจะขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเข้ากองทุน โดยคาดจะขายโรงแรมภายใต้แบรนด์ไอบิซ อย่างน้อย 1 แห่ง ซึ่งจะทำให้ปีหน้าบริษัทจะมีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน

"ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังไม่มีอะไรน่ากังวล แม้การบริโภคจะลดลงไปบ้าง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวก็สามารถเติมเต็มช่องว่างของภาคท่องเที่ยว ทำให้ไม่มีการแข่งขันด้านราคากันมากนัก"