ดีเอสไอเรียกประชุม 14 หน่วยงานถกคดีน้ำมันรั่ว "ธาริต"รอผลตรวจสอบปตท. ชี้หากมีมูลคดีอาญาจะรับเป็นคดีพิเศษ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นประธานประชุมร่วม 14 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีน้ำมันดิบของบริษัท บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (พีทีทีจีซี) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปตท. รั่วไหลลงสู่ทะเล โดยนายธาริต แจ้งให้ทั้ง 14 หน่วยงานทราบว่า ดีเอสไอได้เริ่มสืบสวนกรณีที่เกิดขึ้น ตามอำนาจตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อส่งหนังสือไปขอข้อมูลที่ทุกหน่วยได้ดำเนินการไปแล้ว เพื่อสืบหาข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้มีความชัดเจนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติแต่เกิดจากการกระทำประมาทของมนุษย์ จึงต้องหาสาเหตุที่แท้จริง ทั้งเรื่องอายุงานของท่อส่งน้ำมัน ที่มีการรับประกัน 2 ปี ว่ามีการแตกรั่วก่อนครบอายุประกันหรือไม่ หรือกรณีเรือส่งน้ำมัน ซึ่งประเด็นเหล่านี้ อาจเป็นความประมาทของพนักงานบริษัท
นายธาริต กล่าวอีกว่า คุณหญิงพรทิพย์ รัตนะรัตน์ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ ปตท.ตั้งขึ้น ขอขยายระยะเวลาตรวจสอบเพิ่ม จึงทำให้ข้อเท็จจริงในส่วนของปตท.ยังไม่ได้ข้อยุติ ดังนั้นพนักงานสอบสวนดีเอสไอจะรอผลการสรุปข้อเท็จจริงเบื้องต้นถึงเหตุน้ำมันรั่วเพื่อนำมาเป็นข้อมูลหลัก เพื่อสืบสวนต่อไป ดีเอสไอจะตั้งต้นสืบสวนจากรายงานข้อเท็จจริงของปตท. เพื่อพิจารณาว่ามีข้อเท็จจริงในคดีอาญาหรือไม่ สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระภาษีศุลกากรนั้นได้รับคำชี้แจงจากผู้แทนกรมศุลกากรว่า มีการชำระภาษีถูกต้อง ดังนั้นในชั้นนี้ดีเอสไอจะยังไม่รับคดีน้ำมันรั่วเป็นคดีพิเศษ คดีจึงอยู่ระหว่างการสืบสวนจนกว่าจะมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจน หากพบมีความผิดอาญาจะถือเป็นคดีพิเศษทันที เนื่องจากความผิดตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย เป็นความผิดตามพ.ร.บ.แนบท้ายกฎหมายสอบสวนคดีพิเศษ
สำหรับ 14 หน่วยงานประกอบด้วย กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ กรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรบ้านเพและมาบตาพุด การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรมประมง อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ม.เทคโนโลยีธัญญบุรี และบมจ.พีทีทีซีจี








