ลดน้ำหนักการลงทุน อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยน่าจะชะลอตัวนานกว่าที่คิด
“ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยซ้ำเติม
ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจหลายๆแห่ง ได้ทยอยปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ปี 2556 ลงมาอยู่ในกรอบ 3.8 – 4% ทำให้เรามีมุมมองลบต่อตลาดรถยนต์ในประเทศมากขึ้นจากเดิมกังวลเพียงผลกระทบจาก “นโยบายรถคันแรก” เนื่องจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจจะทำให้ความต้องการใช้รถกระบะลดลง (ช่วงวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ปี 2551 - 2552 ยอดขายรถกระบะลดลง 18% ติดต่อกัน 2 ปี) ซึ่งในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ยอดขายรถกระบะเริ่มหดตัว 7% YoY เป็นครั้งแรกในรอบ 17 เดือน ทั้งนี้ ตลาดรถกระบะคิดเป็นสัดส่วนกว่า 47% ของตลาดรถยนต์ในประเทศ
“ตลาดส่งออก” อาจโตไม่ทันการหดตัวของ “ตลาดในประเทศ”
การปรับสายการผลิตรถยนต์เพื่อรองรับตลาดส่งออกมากขึ้นใช้เวลานานกว่าที่คาด ทำให้อัตราการหดตัวของตลาดในประเทศสูงกว่าอัตราการขยายตัวของตลาดส่งออก (เดือน พ.ค. - มิ.ย. 56 ยอดขายในประเทศหดตัว 4% YoY และ 14% YoY ตามลำดับ ขณะที่ยอดส่งออกเติบโตเพียง 1% YoY เท่านั้น) นอกจากนี้ ตลาดส่งออกรถยนต์หลักบางตลาดกลับมีการหดตัวจากปีก่อน (กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง, สัดส่วน 22% ของยอดส่งออก, หดตัวตั้งแต่ 1 – 24% YoY ในเดือน ก.พ. – พ.ค. 56 และกลุ่มประเทศเอเชีย, สัดส่วน 30%, หดตัว 9% YoY ในเดือน พ.ค. 56)
ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ทยอยออกมาปรับลดเป้าหมายปี 2556
ช่วงสัปดาห์นี้มีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ 2 ราย (AH, SAT) ออกมาปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2556 ลง (AH ปรับลงจากเดิมคาดเติบโต 10% YoY เป็นไม่เติบโต และ SAT ปรับลงจากเดิมคาดเติบโตมากกว่า 10% YoY เหลือเพียง 2 – 5% YoY) เรามองเป็นสัญญาณไม่ดีต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และเราคาดว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์น่าจะทยอยออกมาปรับลดเป้าหมายยอดขายลงตามมาในช่วงประกาศงบ 2Q56
คาดกำไร 2Q56 กลุ่ม AUTO อ่อนตัวตามภาวะอุตสาหกรรม
วานนี้ เราได้ร่วมงานประชุมนักวิเคราะห์กับผู้บริหาร SAT พบว่าแนวโน้มผลประกอบการงวด 2Q56 มีโอกาสต่ำกว่าที่เราเคยคาด ทั้งผลจากภาวะอุตสาหกรรมและรายการพิเศษ (ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 40 ล้านบาท) ทำให้เราคาดว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ (AH, STANLY, TKT, TSC) มีโอกาสที่ผลประกอบการจะหดตัวลงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้หลักจากชิ้นส่วนรถกระบะ (SAT, AH) โดยเราคาดกำไรสุทธิงวด 2Q56 ของบริษัทกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ที่เราศึกษา 5 บริษัท จะลดลง 9% YoY และ 29% QoQ (บางบริษัทปีที่แล้วมีรายได้พิเศษจากค่าสินไหมประกันน้ำท่วม) ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติเติบโต 6% YoY แต่ลดลง 25% YoY
ลดน้ำหนักคำแนะนำกลุ่ม AUTO ลงเป็นเพียง “Neutral”
แม้ราคาหุ้นในกลุ่ม AUTO ส่วนใหญ่จะปรับตัวลงสะท้อนการอ่อนตัวของภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ก่อนหน้านี้ แต่เราเชื่อว่าการอ่อนตัวลงอาจกินเวลานานกว่าที่เราเคยคาดจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศและการส่งออกเติบโตช้ากว่าคาด เราจึงมองว่ายังไม่ใช้จังหวะที่ต้องรีบเข้าลงทุน เราจึงปรับลดน้ำหนักคำแนะนำกลุ่ม AUTO ลงเป็น “Neutral” หรือ “เท่ากับตลาด (จากเดิม “Overweight” หรือ “มากกว่าตลาด”) และปรับลดคำแนะนำการลงทุนหุ้นรายตัวเป็น “ถือ” จากเดิม “ซื้อ” โดยมูลค่าเหมาะสมใหม่ของหุ้นรายตัว ได้แก่ AH (19.00 บาท), SAT (18.10 บาท), STANLY (250.50 บาท), TKT (3.15 บาท) และ TSC (14.40 บาท)









